หยางเจี้ยนจวินมองใบหน้าเย็นชาจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็งของซ่งเซียงหลาน ไม่รู้เส้นประสาทส่วนไหนเกิดเพี้ยนขึ้นมา ถึงได้โพล่งออกไปว่า
“แม่...แม่หมดประจำเดือนแล้วใช่ไหม ถึงเข้าสู่วัยทองอะไรนั่นน่ะ?
ได้ยินว่ามียายแก่บางคนวัยทองไปทั้งชีวิต แบบนี้เรียกว่าโรคจิตสินะ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง
ซ่งเซียงหลานก็เงื้อมือขึ้นฟาดลงบนท้ายทอยของเจี้ยนจวินเต็มแรง เสียงลมหวีดหวิว
หยางเจี้ยนจวินแทบหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น
“มีรูอยู่บนหน้าตั้งสองรู ยังมองไม่เห็นอีกเหรอ ไปขอยืมลูกตาสองข้างจากหวังไฉ่บ้านไอ้ตาบอดเอ้อมาใส่ซะสิ”
ซ่งเซียงหลานพ่นน้ำลายใส่หน้าเขา
“เลี้ยงแกจนโต แต่ไม่มีประโยชน์สักนิด เมียใจดำของแกมารังแกถิงถิงเหรอ?
ยังกล้ามาพูดเรื่องวัยทองกับฉันอีก ฉันว่าแกคงเบื่อชีวิต อยากลงหลุมก่อนเวลาแล้วสินะ”
ด่าจบยกหนึ่ง
ซ่งเซียงหลานก็รู้สึกโล่งอกขึ้นไม่น้อย
รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
เธอหันไปตะโกนเรียกคนในบ้านว่า
“ถิงถิง ฮุ่ยจวิน ยกกับข้าวออกมากินข้าว! กินกันในลานนี่แหละ ให้พวกไร้หัวใจพวกนั้นน้ำลายสอไปเลย”
กับข้าวถูกยกมาวางบนโต๊ะ
กระดูกชิ้นใหญ่ตุ๋นกับโสมหิน น้ำซุปที่เคี่ยวออกมามีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
หยางต้าซานได้กลิ่นนั้น
ท้องร้องโครกครากราวกับฟ้าร้อง
เขาลูบห่อเงินที่เพิ่งขโมยมาในอก แล้วก้มตัวเดินย่องเข้ามาเงียบ ๆ
“เอ่อ...คุณซ่ง”
เขาเพิ่งหยิบเงินปึกนั้นออกมา ยังไม่ทันนับว่ามีเท่าไร ซ่งเซียงหลานก็มือไวฉวยไปทันที
“เฮ้ย! นั่นมัน...” หยางต้าซานร้อนรน ยื่นมือไปจะแย่งคืน
ซ่งเซียงหลานปัดมือเขากลับโดยไม่แม้แต่จะมอง แล้วสอดเงินใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทันที
เธอแค่นเสียงเย็นชา
“ค่าอาหารไง ทำไม ไม่อยากกินเหรอ?”
หยางต้าซานเจ็บปวดใจแทบขาด
แต่ก็ได้แต่กล้ำกลืนความโกรธแล้วตอบว่า “กิน”
ซ่งเซียงหลานทำหน้าเอือมระอา
“เห็นสภาพแกแล้วฉันกินไม่ลง นั่งกินโต๊ะเดียวกับแกเดี๋ยวอาหารไม่ย่อย ไปหยิบชาม ตะเกียบ แล้วก็จานมาเอง”
