หลิวโฉวะเห็นจางอวี้เจวียนร้องลั่นแล้วฟื้นขึ้นมา ก็รีบคว้าแขนซ่งเซียงหลานด้วยสีหน้าเลื่อมใสสุด ๆ
“ฉันบอกแล้วไงว่าพี่หลานเก่ง เมื่อก่อนทำไมฉันไม่รู้ว่าพี่รักษาคนเป็นด้วย?”
ปลายนิ้วของซ่งเซียงหลานยังมีรองพื้นมันเยิ้มจากใบหน้าจางอวี้เจวียนติดอยู่ เธอจึงเช็ดมันกับชายเสื้ออย่างรังเกียจ
“ฉันถนัดเชือดหมู ส่วนอาการ ‘โมโหจนเป็นลม’ แบบนี้ ฉันก็รักษาเป็นเหมือนกัน”
หวังต้าไห่ทั้งหวาดผวาและขยะแขยงอยู่ในใจ
เมื่อครู่ซ่งเซียงหลานลงมือแบบนั้น
มองยังไงก็เหมือนฉวยโอกาสแก้แค้น
หวังต้าไห่ฝืนยิ้มแล้วพูดคำขอบคุณตามมารยาท
“เอ่อ... พี่ซ่ง ขอบคุณนะ วันหลัง...วันหลังฉันจะไปขอบคุณถึงบ้านแน่นอน”
ซ่งเซียงหลานโบกมือ
ทำหน้าใจกว้าง
“คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน จะเกรงใจอะไร เรื่องเล็กน้อยเอง”
สายตาเธอกวาดผ่านหวังชง ก่อนจะไปหยุดอยู่บนใบหน้าซีดเผือดของจางอวี้เจวียน
เสียงของเธอดังขึ้นหลายระดับ
“เรื่องวันนี้ฉันได้ยินมาแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าน้องอวี้เจวียนจะทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนั้น
พวกเราก็เป็นครอบครัวดี ๆ จะไปทำเรื่องน่าไม่อายแบบนั้นได้ยังไง?
ถ้าทำเรื่องชั่วจริง
สวรรค์มีตา สักวันก็ต้องโดนกรรมตามสนอง ลิ้นเน่า ใจเน่า!”
ฟังเผิน ๆ เหมือนกำลังห้ามทัพ
แต่ทุกคำราวกับเข็มอาบยาพิษ
ทิ่มแทงจนจางอวี้เจวียนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำสักนิด
ซ่งเซียงหลานยังซ้ำเติมต่อ
“ไอ้คนไร้ประโยชน์อย่างหยางต้าซานน่ะ แค่เห็นขี้ยังต้องเข้าไปเลียสักสองคำ
ผู้ชายแบบนั้น ต่อให้น้องอวี้เจวียนตาถั่วแค่ไหนก็คงไม่เลือกหรอกใช่ไหม? ฉันเชื่อว่าน้องอวี้เจวียนประพฤติตัวดี ไม่มีปัญหาแน่นอน”
เมยฟางเหลือบมองซ่งเซียงหลานอย่างตกตะลึง
