เฉิ่นฮุ่ยจวินกับซ่งถิงถิงฝ่าลมหนาวเข้ามา
แก้มของทั้งคู่แดงก่ำเพราะโดนลมพัด แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างยากจะบรรยาย
ท่าทางเหมือนเพิ่งแบ่งปันความลับเล็ก ๆ ที่มีแต่สาว ๆ เท่านั้นจะเข้าใจกัน
ใบหน้ายังมีสีแดงระเรื่อจาง ๆ
“แม่!”
ซ่งถิงถิงวิ่งพรวดเข้ามากอดแขนซ่งเซียงหลาน เอาหัวถูไหล่เธอไม่หยุด “เมื่อคืนแม่ไม่กลับบ้าน หนูคิดถึงแม่มากจนนอนไม่หลับเลย”
หัวใจซ่งเซียงหลานอ่อนยวบ
เธอยกมือจัดหน้าม้าที่กระเซิงของลูกสาว พลางเอ็ดอย่างเอ็นดูว่า
“โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนอีก ไม่กลัวพี่ชายลูกสองคนหัวเราะหรือไง”
เฉิ่นฮุ่ยจวินล้างมือเสร็จแล้วค่อยเดินเข้ามาใกล้ “แม่คะ ระหว่างทางกลับมาได้ยินคนพูดกันให้แซ่ด เรื่องของหลินฟางเป็นยังไงบ้างคะ”
สมัยนี้มีเรื่องให้บันเทิงน้อย
บ้านไหนมีเรื่องอะไรนิดหน่อย หูคนทั้งหมู่บ้านก็ผึ่งขึ้นมาราวกับเสาอากาศ
แม้แต่ซ่งซีกับซ่งหยางที่กำลังจะกลับก็ยังไปไหนไม่รอด
ก้นเหมือนติดหนึบอยู่บนม้านั่ง
ซ่งซีหยิบใบชาขึ้นมากำหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว แล้วโยนลงในแก้วเคลือบ ชาคั่วถ่านไฟแรงสูตรเฉพาะของชนบท พอเทน้ำเดือดลงไป กลิ่นหอมไหม้ก็ลอยฟุ้งขึ้นมาทันที
“อาสาม เล่าต่อหน่อยสิ พวกผมขอฟังเรื่องสนุกด้วยคน”
ซ่งเซียงหลานเล่าเรื่องที่หลินฟางถูกบ้านสามีรังแก หลิวโฉวะปกป้องลูกสาวอย่างไร และหลินหมั่นใจเด็ดแค่ไหน ตั้งแต่ต้นจนจบรวดเดียวจบ
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งถิงถิงซีดเผือด
เสียงสั่นเครือว่า
“น่ากลัวเกินไปแล้ว… แต่งงานนี่เหมือนกระโดดลงหลุมไฟเลย”
พอเห็นแววตาหวาดกลัวของลูกสาว
หัวใจซ่งเซียงหลานก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที
ชาติที่แล้ว ถิงถิงไม่ได้กระโดดลงหลุมไฟจริง ๆ หรอกหรือ
ลูกเขยสารเลวนั่นเห็นถิงถิงเป็นแค่เครื่องผลิตลูก ให้เธอคลอดแล้วคลอดอีก สุดท้ายถิงถิงก็คลอดยากจนตกเลือด เสียชีวิตไปโดยไม่ทันได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้สักคำ
