หมู่บ้านซ่งมีแซ่ใหญ่แค่สองแซ่ คือแซ่ซ่งกับแซ่หลิว
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่ทุกคนกำลังยุ่งกับงานในนา
ตามคันนามีคนอยู่เต็มไปหมด
พอซ่งเซียงหลานพูดประโยคนี้ออกมา
ก็เหมือนสาดน้ำเย็นลงกระทะน้ำมัน เดือดพล่านขึ้นมาทันที
“ฉันก็ว่าแล้วว่านังหลินผิงนั่นจิตใจไม่ดี ปกติก็เที่ยวหยิบต้นหอมบ้านนี้ กระเทียมบ้านนั้นไปทั่ว ใครจะคิดว่าในใจจะชั่วร้ายขนาดนี้”
“แค่เงินหยวนเดียว ถึงกับผลักลูกพี่ลูกน้องแท้ ๆ วัยสิบห้าปีลงกองไฟเลยหรือ? ไอ้หนุ่มโสดแซ่หวงนั่นไม่ใช่คนดี เมียคนก่อนกระโดดแม่น้ำตายไปแล้วนะ”
“ต่อไปลูกสาวบ้านเรายังจะกล้าเข้าใกล้หล่อนอีกไหม ไม่แน่ว่าวันไหนอาจโดนขายแลกเงินก็ได้”
น้ำลายของชาวบ้านแทบจะท่วมคนได้
แต่ละคนชี้ไม้ชี้มือใส่
แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
ยุคนี้จะยากจนก็เรื่องหนึ่ง
แต่การทำร้ายญาติเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อยแค่นี้ เป็นเรื่องที่คนทั้งหมู่บ้านจะรุมด่าจนเสียชื่อไปแปดชั่วโคตร
ซ่งหรงยืนนิ่งอยู่กับที่
หน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่คอปูดโปนขึ้นมา
ปกติเขาอาจจะซื่อบื้อไปหน่อย
แต่ก็รักหน้าตาและรู้จักความถูกต้อง
ตอนนี้ถูกคนทั้งหมู่บ้านชี้หน้าด่า เขารู้สึกแสบร้อนทั่วใบหน้า ราวกับถูกตบไปหลายร้อยฉาด
“หลินผิง ฉันอยากฆ่าแกให้ตาย”
ซ่งหรงคำรามลั่น
ก่อนจะหมุนตัวพุ่งกลับบ้านไปเหมือนวัวบ้าตัวหนึ่ง
ซ่งเฉียงกับซ่งเฟยมองหน้ากัน
แววสะใจวาบผ่านดวงตา
“คราวนี้พี่ใหญ่โกรธจริงแล้ว จะไปตีกันแน่” ซ่งเฉียงพึมพำเสียงเบา
ภรรยาซ่งเฉียงกลอกตาแล้วเบ้ปาก
“ปกติหล่อนอาศัยว่าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ ชี้นิ้วสั่งพวกเราเหมือนสั่งสาวใช้ คราวนี้พอดีเลย ให้พี่ใหญ่จัดการหล่อนเสียหน่อย”
ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ซ่งร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก
มือที่จับซ่งเซียงหลานสั่นไม่หยุด
ถามซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ตอนนี้ถิงถิงเป็นยังไงบ้าง? แผลหายดีหรือยัง? หยางต้าซานสารเลวนั่นทะเลาะกับแกเพราะเรื่องนี้เหรอ?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”
