หลินผิงกำลังถือกระด้งให้อาหารไก่ พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น
ดวงตาเรียวยาวหางชี้คู่นั้นจับจ้องเนื้อสามชั้นกับขาหมูสองข้างที่แขวนอยู่บนแฮนด์จักรยานทันที
เนื้อวาวมันสะท้อนแสงแดดจนคนมองตาพร่า
ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ทุกคนต่างขาดแคลนของมัน ๆ ในท้อง
“อาสาม”
หลินผิงโยนกระด้งลงพื้น
ไม่ทันแม้แต่จะปัดแกลบที่ติดมือ ก็รีบสาวเท้าพรวดเดียวมาถึง
ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเต็มที่
“ทำไมเอาของดีมาเยอะขนาดนี้ล่ะ?”
หล่อนยื่นมือไปหยิบเนื้อบนแฮนด์จักรยาน พลางพูดจาตามมารยาทอย่างไม่จริงใจว่า
“พ่อแม่ลงนาไปทำงานกันหมดแล้ว ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ทั้งบ้านยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก แม้แต่น้ำอุ่นสักอึกก็ยังไม่ได้ดื่ม
อาสามวางของไว้ก่อน แล้วกลับไปเถอะ
เดี๋ยวฉันจะบอกพ่อแม่ว่าอามาแล้ว จะได้ไม่เสียธุระ อารู้ว่าต้องกลับไปช่วยอาเขยทำงานนี่”
หล่อนวางแผนไว้เป็นอย่างดี
คิดจะยึดของไว้
แล้วไล่คนกลับไป
ส่วนเนื้อนี่จะไปอยู่ในท้องใคร ก็ยังขึ้นอยู่กับหลินผิงไม่ใช่หรือไง?
ซ่งเซียงหลานมองหลานสะใภ้คนโตด้วยสายตาเย็นชา
ตอนซ่งถิงถิงมาขอความช่วยเหลือ ก็ถูกหล่อนกันไว้ไม่ให้เข้าบ้าน
ซ่งเซียงหลานพลิกข้อมือ หลบกรงเล็บที่หลินผิงยื่นมาคว้า
จากนั้นก็แค่นเสียงเย็นชา
“ฉันจะไปหาพวกเขาที่นา”
หลินผิงคว้าได้แต่อากาศ รอยยิ้มบนหน้าชะงักไปชั่วขณะ แววตาวูบไหวด้วยความลนลาน
ถ้าพ่อแม่สามีรู้เรื่องนั้นเข้า คงฉีกหล่อนเป็นชิ้น ๆ แน่
“อาสามจะไปทำไมล่ะ?”
“ตอนนี้หมู่บ้านซ่งยุ่งกับฤดูเก็บเกี่ยวจริง ๆ รับรองแขกไม่ไหวหรอก เอาเนื้อมาให้ฉันก่อน อีกสองสามวันค่อยมาใหม่ก็ได้!”
“งั้นฉันเอาหมูไปให้บ้านอารองแทนแล้วกัน”
