“ก็เพราะหล่อนเป็นภรรยาของพี่ชายเธอ แถมในท้องยังมีแฝดห้า!” เฉินหมานเจินรู้ว่าเงินจำนวนนี้มีไม่มาก
อนาคตตระกูลฟู่จะถูกส่งลงไปทำงานในชนบทหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ แต่ถ้าลู่เหยาคลอดลูกออกมาแล้ว ยังไงหล่อนก็ไม่มีทางตามพวกเขาไปทำงานในชนบทแน่
เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับดูแลเด็กทั้งห้าคน
ฟู่อิงหงร้อนใจขึ้นมาทันที “แม่ หรือลู่เหยาเป็นคนขอเงินจากแม่กับพ่อ ฉันรู้อยู่แล้วว่าหล่อนไม่มีเจตนาดี!”
เฉินหมานเจินตอบว่า “ไม่ใช่ นี่เป็นความคิดของแม่กับพ่อ เรื่องนี้เธอไม่ต้องยุ่ง!”
พูดจบ เฉินหมานเจินก็ลุกขึ้น “ถ้าเธอไม่ไป สองสามวันนี้ก็อยู่เฝ้าบ้านให้ดี พี่สะใภ้ของเธอกำลังจะคลอดแล้ว ข้างกายจะไม่มีคนดูแลไม่ได้”
จากนั้นเฉินหมานเจินก็เก็บเงินทั้งหมดใส่กระเป๋า แล้วออกจากบ้านไป
ฟู่อิงหงโกรธจนแทบระเบิด หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าคนอย่างลู่เหยาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้อย่างไร
เฉินหมานเจินเพิ่งออกจากบ้าน ก็เห็นหญิงชราสองสามคนนั่งพูดคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางหมู่บ้านทหาร
พอเห็นเฉินหมานเจินเดินมา พวกหล่อนก็พร้อมใจกันเงียบปากโดยไม่ต้องนัดหมาย
ก่อนตระกูลฟู่จะเกิดเรื่อง ทุกครั้งที่เห็นเฉินหมานเจินออกจากบ้าน พวกหล่อนจะกระตือรือร้นเดินเข้ามาทักทาย เพราะฟู่เจิ้นกั๋วเป็นผู้บัญชาการ จึงเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในเขตทหารแห่งนี้
หลังตระกูลฟู่เกิดเรื่อง บางคนก็เห็นใจและถามไถ่ความคืบหน้าเรื่องในบ้าน ขณะที่บางคนกลับพูดจาเยาะเย้ยอย่างดูแคลน
ในกลุ่มนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวเรียบร้อย ผมดัดเป็นลอนตามสมัยนิยม พอเห็นเฉินหมานเจินเดินมา แววตาก็เผยความดูแคลนออกมาเล็กน้อย
