ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้ยาวเรียว ลึกล้ำเย็นชาจนถึงขีดสุด “ในเมื่อเจ้าจะยืนขวางพวกเขา เช่นนั้นเราก็จะใช้เจ้าประหารให้คนอื่นเห็นเป็นเยี่ยงอย่าง”
เว่ยฉือหลีชะงักงัน นางยังไม่ทันหายตะลึง เหล่าทหารองครักษ์ก็เข้าควบคุมแขนของนางไว้แล้ว
เหล่าองค์ชายและขุนนางที่คิดพึ่งพาเว่ยฉือหลีต่างพากันแตกตื่นทันที
“อย่าเลย ฮ่องเต้! ฮ่องเต้ พวกเรายินดีสวามิภักดิ์!”
ผู้ที่ร้องขอชีวิตก่อนใครคือองค์รัชทายาทแห่งตีเยว่ ก่อนเสด็จพ่อจะถูกสังหาร พระองค์ตรัสไว้ว่า มีเพียงน้องหลีเท่านั้นที่เป็นความหวังของตีเยว่!
หากถวายตัวน้องหลีแด่จักรพรรดิเทียนเฉา นางย่อมให้กำเนิดโอรสที่มีสายเลือดของชาวตีเยว่
เมื่อถึงเวลานั้น หากผลักดันโอรสผู้นี้ขึ้นครองบัลลังก์ แคว้นตีเยว่ก็จะยังคงดำรงอยู่!
เมื่อแม้แต่องค์รัชทายาทยังยินดีสวามิภักดิ์ แล้วเหล่าเฟยผิน องค์หญิง และขุนนางทั้งหลายจะกล้าขัดขืนได้อย่างไร
องค์รัชทายาทชูแขนขึ้นตะโกนก้อง “ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
“ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
เส้นไหมทองบนฉลองพระองค์สีดำสนิทของจวินเฉินอวี้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ใต้แสงเทียน เขาแย้มริมฝีปากบางเล็กน้อย “ผู้ใดสวามิภักดิ์ต่อเราย่อมรุ่งเรือง ผู้ใดต่อต้านเราย่อมพินาศ ดูท่าองค์รัชทายาทเยว่จะเป็นคนรู้ความอยู่บ้าง”
องค์รัชทายาทกล่าวอย่างนอบน้อมทันที “บัดนี้ชาวตีเยว่ทั้งแคว้นล้วนยินดีสวามิภักดิ์ต่อเทียนเฉา ยอมเป็นเมืองหนึ่งของเทียนเฉา กระหม่อมยินดีเดินทางไปยังนครหลวงเทียนเฉาเพียงลำพัง!”
บัดนี้ตีเยว่กลายเป็นเมืองหนึ่งของเทียนเฉาแล้ว ชาวเมืองย่อมยังต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพียงแต่ทุกสิ่งจะอยู่ภายใต้การปกครองของชาวเทียนเฉา ดังนั้นเพื่อให้จักรพรรดิวางพระทัย มีเพียงองค์รัชทายาทอย่างเขาเดินทางเข้าเมืองหลวงไปเป็นตัวประกัน จึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
