หลังจากหนิงซวงเสวี่ยหายโกรธแล้ว นางก็ยังคงทำตามคำสั่งของจวินเฉินอวี้ ไปผูกมิตรกับเหล่าสนมในวัง
แต่คนแรกที่นางไปพบคือฮองเฮา
ช่วงนี้ฮองเฮาไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการในวัง สุขภาพจึงดีขึ้นบ้างแล้ว บัดนี้พระโอรสมีอายุครบหนึ่งขวบ แม้ฮ่องเต้จะแวะมาหาบ้างเป็นครั้งคราว ทว่าก็ไม่ได้ทรงรักใคร่เอ็นดูนัก
บางคราฮองเฮารู้สึกว่า การที่จักรพรรดิเป็นทั้งสามีและพระบิดาของลูกนั้นช่างไร้เยื่อใย หากเป็นครอบครัวสามัญชน เพียงมีพระโอรสองค์โตโดยชอบธรรมสักคน ในฐานะผู้เป็นบิดาย่อมต้องยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าฮ่องเต้แทบไม่เคยแสดงท่าทีดุจบิดาผู้เปี่ยมเมตตา
กระทั่งจิ้งเจ๋อ โอรสของนาง มีอายุครบหนึ่งขวบแล้ว ครั้นพบฮ่องเต้ แม้ในใจจะเฝ้ารอ แต่ก็ขลาดกลัวจนไม่กล้าเข้าไปหา
ฮองเฮากำลังกลัดกลุ้มเรื่องนี้ หนิงซวงเสวี่ยก็เข้ามาพอดี
แรกเริ่มฮองเฮาไม่ชอบหนิงซวงเสวี่ย ทั้งยังเคยคิดแย่งโอรสของนาง ถึงขั้นอยากสังหารหนิงซวงเสวี่ยให้สิ้นใจ
ทว่าหนิงซวงเสวี่ยกลับบอกจุดประสงค์ที่มา ว่าต้องการมาพึ่งพาฮองเฮา
ฮองเฮาหรี่ตาลง ในวังแห่งนี้ไม่มีศัตรูชั่วนิรันดร์ นางส่งองค์ชายรองในอ้อมแขนให้แม่นมที่อยู่ข้างกาย ก่อนตรัสว่า “กุ้ยเหรินจิ้งกล่าวเช่นนี้ ทำให้เปิ่นกงไม่เข้าใจอยู่บ้าง เหตุใดจู่ ๆ จึงคิดมาพึ่งพาเปิ่นกง?”
ช่วงนี้หนิงซวงเสวี่ยเรียนรู้ที่จะวางตัวในวังแล้ว นางคุกเข่าลงตรงหน้าฮองเฮาอย่างเรียบร้อย
แม้นางจะคิดว่าตนต่างหากคือสตรีที่ฮ่องเต้ทรงรักอย่างแท้จริง ตามหลักแล้ว คนที่ควรได้นั่งในตำแหน่งภรรยาเอกในพระทัยของฮ่องเต้ก็คือนาง ทว่าฮองเฮาคือภรรยาเอกตามขนบ หนิงซวงเสวี่ยจึงทำอะไรไม่ได้
