เมื่อเสียนเฟยกำลังพาคนเดินไปข้างหน้า จู่ ๆ ก็มีเงาดำสองสายพุ่งออกมาจากด้านข้าง
เสียนเฟยกับนางกำนัลเดินมาตามทางกรวดข้างสระไท่เย่ เงาดำสองสายวิ่งเข้ามาจากด้านข้าง คนหนึ่งยื่นมือผลัก อีกคนกระแทกเข้าใส่อย่างแรง
เสียนเฟยกับนางกำนัลไม่ทันตั้งตัว เท้าเหยียบตะไคร่น้ำริมสระ ได้ยินเพียงเสียงตูม ก่อนน้ำจะแตกกระจายขึ้นมาในพริบตา
“อ๊า!” ก่อนตกน้ำ เสียนเฟยร้องออกมา พลางตะเกียกตะกายอย่างแรง “ช่วย...ช่วยด้วย!”
“เหนียงเหนียง!” นางกำนัลที่ไม่ได้พลัดตกลงไปกรีดร้อง รีบเข้าไปช่วยเสียนเฟย
เงาดำทั้งสองฉวยโอกาสชุลมุน รีบหลบหนีไป
เมื่อมาถึงหลังป่าไผ่ กุ้ยเหรินอวี้ตกใจจนขาอ่อน แทบจะล้มลง โชคดีที่อี้หลิ่ว นางกำนัลของนาง รีบประคองไว้ทัน
กุ้ยเหรินอวี้ตบอกเบา ๆ ได้ยินอี้หลิ่วถามอย่างกระวนกระวายว่า “นายหญิงน้อย พวกเราชิงจดหมายมาไม่ได้ จะไม่กลายเป็นว่าทุกอย่างสูญเปล่าหรือเจ้าคะ?”
“ไม่หรอก” กุ้ยเหรินอวี้สงบสติอารมณ์ “เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในวันนี้ ย่อมเห็นได้ชัดว่าสนมซูไม่เชื่อข้ากับฉินกุ้ยเหริน จดหมายฉบับนั้นต้องอยู่ในมือเสียนเฟยแน่ นางตกน้ำ จะยังมีแก่ใจห่วงจดหมายที่ไหน คงเปียกน้ำจนเละไปหมดแล้ว”
“นายหญิงน้อยปราดเปรื่องยิ่งนัก!” อี้หลิ่วประคองนางเดินไปยังที่ไร้ผู้คน ยามนี้เหตุการณ์ริมสระไท่เย่ทำให้ขันทีและกองทหารราชวังแตกตื่นกันไม่น้อย พวกนางต้องรีบไป
กุ้ยเหรินอวี้ฉวยโอกาส จับมืออี้หลิ่วแล้วกำชับนางสองสามคำ
อี้หลิ่วพยักหน้าหลังฟังจบ “เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
……
ที่เรือนหลานมีคนคอยรับส่งอยู่เสมอ เมื่อทราบจุดประสงค์ที่อี้หลิ่วมาถึง คนผู้นั้นก็พานางไปพบเวินอวิ๋นเหมียนทันที
ยามดึก เวินอวิ๋นเหมียนคลุมเสื้อคลุมแล้วลุกขึ้น จากนั้นก็ได้ยินอี้หลิ่วคำนับอย่างนอบน้อม “บ่าวเป็นนางกำนัลข้างกายกุ้ยเหรินอวี้ ตั้งใจมาเข้าเฝ้าเหนียงเหนียง”
“กุ้ยเหรินอวี้?” กล่าวตามตรง เวินอวิ๋นเหมียนยังระแวดระวังอยู่บ้าง อย่างไรกุ้ยเหรินอวี้ผู้นี้ก็เจ้าเล่ห์เหลือเกิน
