เว่ยกุ้ยเหรินถูกลากตัวออกไป คุมขังไว้ในตำหนักเย็น
สนมซูเห็นฮ่องเต้ยังคงเฝ้าเวินอวิ๋นเหมียนที่หมดสติอยู่ หญิงที่ไม่ต่างจากคนตายทั้งเป็นแท้ ๆ แต่ฮ่องเต้กลับใส่ใจนางถึงเพียงนี้ จึงอดขุ่นเคืองใจไม่ได้
ช่างเถิด อย่างไรนางก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
......
ตำหนักเฟิ่งอี๋
ช่วงที่ฮองเฮาถูกกักบริเวณ จิตใจก็สงบลงมานานแล้ว
เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องต่าง ๆ ในวังหลัง นางก็ใช้เวลาทั้งวันดูแลดอกไม้ใบหญ้า สุขภาพกลับดีขึ้นบ้างภายใต้การปรับยาของหมอหลวง
ยามได้ยินข่าวที่คนด้านนอกส่งเข้ามา หมอหลวงคนสนิทของฮองเฮากำลังจับชีพจรให้นางอยู่พอดี
ฮองเฮาเลิกคิ้ว แววตาเย็นเยียบ “เว่ยเชียนเยว่คิดปองร้ายพระสนมเหวี่ยนหรือ?”
ซั่วชุนพยักหน้า “คนส่งข่าวมาแจ้งเช่นนั้นเพคะ”
“คิดไม่ถึงว่าข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการทั้งหกตำหนักอยู่พักหนึ่ง คนในวังจะกลับมาชิงดีชิงเด่นกันอีกแล้ว แต่พระสนมเหวี่ยนยังไม่รู้เป็นตายร้ายดี สนมซูจึงยิ่งกำเริบเสิบสาน”
ซั่วชุนเดินมาหยุดตรงหน้าฮองเฮา “เหนียงเหนียง พวกเราจะหาทางช่วยนายหญิงน้อยเว่ยกับพระสนมเหวี่ยนหรือไม่เพคะ?”
ฮองเฮาแค่นหัวเราะ “ช่วยเว่ยเชียนเยว่หรือ? ข้าจะช่วยนางไปเพื่ออันใด เจ้าลืมแล้วหรือว่ามารดาข้าตายอย่างไร?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องในอดีต สีหน้าของซั่วชุนก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
ฮองเฮาเหยียดยิ้มอย่างเย็นชา “มารดาข้าอ่อนโยนและมีเมตตา เป็นนายหญิงใหญ่ของบ้าน ข้าเคยคิดว่าบิดามารดารักใคร่กันดี ใครจะรู้ว่าบิดายังมีอีกครอบครัวอยู่ข้างนอก”
“ตอนข้าอายุสิบสองปี บิดาพาสตรีผู้นั้นกลับมา ทั้งสองลอบคบชู้กันไม่พอ ยังพาพี่ชายที่อ้างว่าเป็นพี่ชายของข้ากลับมาด้วย คนทั้งครอบครัวยืนอยู่ตรงหน้ามารดา คุกเข่าขอให้นางยอมรับพวกเขา”
