หนีอวี้เหิงกล่าวว่า “เหนียงเหนียง หากเรื่องนี้กราบทูลฮ่องเต้ บางทีฮ่องเต้อาจหายาสมุนไพรที่เหลือมาได้พ่ะย่ะค่ะ”
เวินอวิ๋นเหมียนหวงแหนชีวิตยิ่งนัก “ต้องบอกฮ่องเต้แน่นอน มิฉะนั้นด้วยความสามารถของพวกเรา ไม่มีทางถอนพิษให้ข้ากับเว่ยกุ้ยเหรินได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น คนที่อยู่เบื้องหลังกล้าลงมือกับพวกเรา ข้าจะวางแผนจับตัวมันออกมาให้ได้!”
กล่าวจบ เวินอวิ๋นเหมียนก็จับมือเว่ยกุ้ยเหรินไว้ “พี่เว่ย ยามนี้พวกเราถูกบีบจนถึงทางตันแล้ว ท่านยินดีร่วมแสดงละครกับข้า เพื่อล้างแค้นหรือไม่”
“ข้ายินดี” เว่ยกุ้ยเหรินกล่าวอย่างหนักแน่น “เพียงแต่ทำให้เจ้าต้องถูกพิษไปด้วย ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนัก...”
หากเหลือเวลาอีกเพียงห้าวันให้มีชีวิต นางก็ยอมรับ ขอเพียงคนที่ลอบทำร้ายนางได้รับโทษทัณฑ์ก็พอ
ความเจ็บแปลบกลางอกของเวินอวิ๋นเหมียนเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทว่านางรู้จักพิษชนิดนี้ดี คราวนี้อาการของนางดีกว่าชาติก่อนมาก ยังพอฝืนทนไหว ดังนั้นต่อจากนี้นางจะแสร้งหมดสติ
“คืนนี้หลังท่านจากไป คนในตำหนักเหยาหวาจะไปกราบทูลฮ่องเต้ว่าข้าหมดสติ ถึงเวลานั้นพี่หญิงจะต้องถูกชี้ตัวว่าเป็นฆาตกร แล้วละครฉากสนุกก็จะเริ่มขึ้น”
เว่ยกุ้ยเหรินเป็นคนฉลาด แม้นิสัยเรียบง่าย แต่ก็เข้าใจความหมายของเวินอวิ๋นเหมียน “เหนียงเหนียงหมายความว่า พวกเราจะซ้อนแผนตามน้ำหรือ”
ดวงตาเวินอวิ๋นเหมียนฉายประกายคมกริบ “ถูกต้อง ปล่อยให้พวกนางคิดว่าแผนของตนสำเร็จแล้ว”
เว่ยกุ้ยเหรินพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะร่วมมือกับเจ้า”
หนีอวี้เหิงรีบกล่าวว่า “กระหม่อมจะใช้โอสถระงับพิษในกายของนายหญิงเว่ยไว้ชั่วคราว หวังเพียงว่าภายในห้าวันจะไม่เกิดพิษกำเริบ แผนการจึงจะสำเร็จได้พ่ะย่ะค่ะ...”
