ยามนั้นเอง ขันทีพลันขานเสียงดังว่า “ฮ่องเต้เสด็จ! ฮองเฮาเหนียงเหนียงเสด็จ!”
ภายในท้องพระโรง บรรดาเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง นางใน และภรรยาขุนนางต่างรีบลุกขึ้นถวายคำนับ แล้วก็เห็นจักรพรรดิผู้สูงสง่าและรูปโฉมหล่อเหลาทรงก้าวขึ้นประทับบนบัลลังก์สูง
พระองค์ฉลองพระองค์ด้วยชุดมังกรสีดำปักดิ้นทอง พระขนงและพระเนตรคมเข้ม ดวงตาหงส์ทอดมองผู้คนอย่างเย็นชา พระโอษฐ์บางเม้มแน่น เปี่ยมด้วยบารมีของผู้ปกครอง
ต้องยอมรับว่า นอกเหนือจากความเคร่งขรึมเย็นชาแล้ว ความสง่างามสูงศักดิ์ของจักรพรรดิยังเป็นสิ่งที่ยากจะมีผู้ใดเทียบเคียง
เวินอวิ๋นเหมียนปรับใจให้มั่นคง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้เป็นใหญ่เหนือใต้หล้าผู้นี้ต่างหากคือบุรุษของนาง มีเพียงจากพระหัตถ์ของเขาเท่านั้น นางจึงจะได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา
ส่วนความรู้สึกที่นางมีต่อเซี่ยอวิ๋นเจี้ยน จะปล่อยให้กลายเป็นคมมีดที่ย้อนมาทำร้ายตนเองไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นนางจะไม่เปิดเผยให้ผู้ใดเห็นโดยง่าย
“กระหม่อมทั้งหลายถวายคำนับฮ่องเต้และฮองเฮาเหนียงเหนียง ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี ฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระชนมายุพันปี พันพันปี!”
“หม่อมฉันทั้งหลายถวายคำนับฮ่องเต้และฮองเฮาเหนียงเหนียง ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี ฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระชนมายุพันปี พันพันปี!”
จักรพรรดิและฮองเฮาประทับลง ก่อนพระองค์จะยกพระหัตถ์ “ทุกท่านลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฮ่องเต้!”
ผู้คนในท้องพระโรงทยอยลุกขึ้น แล้วก็เห็นจวินเฉินอวี้กวาดพระเนตรหงส์มองทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่เวินอวิ๋นเหมียน “เหตุใดอ้ายเฟยจึงนั่งอยู่ตรงนั้น?”
สิ้นพระดำรัส สายตานับไม่ถ้วนก็พากันมองตามพระเนตรของจักรพรรดิไปจับจ้องเวินอวิ๋นเหมียน
เวินอวิ๋นเหมียนสะดุ้งในใจ รีบลุกขึ้น “ทูลฮ่องเต้ หม่อมฉันนั่งตามลำดับขั้นเพคะ”
“มานั่งข้างเรา”
พระเนตรของจักรพรรดิอ่อนโยน ผู้ที่พระองค์โปรดปรานย่อมต้องประกาศให้ทุกคนรู้โดยเปิดเผย
มิฉะนั้น การมีสนมคนโปรดจะมีความหมายอันใด?
