“ตอนนั้นคนส่งสารบอกว่าเป็นจดหมายจากครอบครัว กงกงหมิงจึงไม่ได้เห็นเนื้อความด้านใน
เวินอวิ๋นเหมียนขมวดคิ้ว เมื่อนึกถึงความเคลื่อนไหวของจวนโหวในช่วงหลายวันนี้ ก็พอคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เวินฟู่อันทำอยู่ข้างนอก คงเป็นเวินเล่อเยียนที่ใช้ความทรงจำจากชาติก่อนยุยงเป็นแน่!
“ข้ารู้แล้ว พอดีข้าก็ต้องเขียนจดหมายถึงท่านตาเช่นกัน ไว้สายหน่อยเจ้าค่อยให้คนจัดการส่งออกจากวัง”
อวิ๋นหย่างพยักหน้า “เพคะ”
เวินอวิ๋นเหมียนกำชับท่านตาให้คอยจับตาความเคลื่อนไหวของเวินฟู่อันอย่างลับ ๆ หากสืบรู้ได้ว่าเวินฟู่อันกำลังทำสิ่งใดอยู่ก็ยิ่งดี
บัดนี้นางอยู่ในวังยังพอใช้ชีวิตได้ดี อย่างน้อยก็ทำให้จวินเฉินอวี้คลายความระแวง ไม่คิดเชื่อมโยงนางเข้ากับจวนโหวอีก
แต่ก็ยากจะรับประกันว่าเวินฟู่อันจะไม่ทำเรื่องโง่เขลา จนไปล่วงเกินเบื้องพระพักตร์
หากถึงเวลานั้น ทุกสิ่งที่นางอุตส่าห์วางแผนในวังมาก็สูญเปล่า!
ชาติก่อนนางถูกคนอื่นฉุดรั้งจนเข็ดหลาบ ชาตินี้จึงไม่มีทางย่ำรอยเดิมเป็นแน่
หลังจากกำชับเรื่องที่อวิ๋นหย่างต้องจัดการแล้ว เวินอวิ๋นเหมียนก็เตรียมตัวพักผ่อน
คืนนี้จวินเฉินอวี้ไม่ได้เสด็จเข้าตำหนักฝ่ายใน เพียงแวะไปเยี่ยมเว่ยกุ้ยเหรินครู่หนึ่ง ก่อนจะเสด็จไปตำหนักฉินเจิ้งเพื่อหารือเรื่องการทหาร
อวิ๋นหย่างปรนนิบัติเสร็จก็ถอยออกไป
คืนนี้เป็นเวรเฝ้ายามของอวิ๋นหย่าง แต่เวินอวิ๋นเหมียนเป็นคนหลับไม่สนิท อวิ๋นหย่างจึงไปนอนในห้องข้าง หากมีรับสั่ง เพียงเรียกสักคำก็ได้ยิน
ราตรีมืดมิด เวินอวิ๋นเหมียนกำลังหลับอยู่ จู่ ๆ ก็มีมือคู่หนึ่งบีบคอนางแน่น
ความรู้สึกขาดอากาศถาโถมเข้ามา!
เวินอวิ๋นเหมียนสะดุ้งตื่นจากฝัน ก็เห็นใบหน้าซีดเผือดของเว่ยกุ้ยเหริน
แววตาของเว่ยกุ้ยเหรินเต็มไปด้วยความเคียดแค้น สองมือแทบจะบีบคอเวินอวิ๋นเหมียนให้ตายคาที่
