สีหน้าท่านกงกงลู่เผยแววอึมครึม เขาหันกลับไปมองด้านหลัง ก่อนเอ่ยว่า “กราบทูลฮ่องเต้ ค้นพบสิ่งนี้ที่ตำหนักเหยียนซีพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮายกมุมปากอย่างได้ใจ
สนมซูตกตะลึงอย่างยิ่ง แม้แต่หัวใจของอวี้กุ้ยเหรินก็พลันเต้นระทึก นางถลึงตามองตงฉือ ตงฉือส่ายหน้าด้วยความหวาดหวั่น
สนมซูรีบก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ก่อนคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรง “ฮ่องเต้ หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ หม่อมฉันเองก็กำลังตั้งครรภ์ จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ต้องมีคนจงใจนำของไปไว้ในตำหนักของหม่อมฉันเป็นแน่”
พระพักตร์หล่อเหลาของจวินเฉินอวี้มืดครึ้ม เขาไม่ได้ตรัสสิ่งใด ขณะเดียวกันท่านกงกงลู่ก็สั่งองครักษ์หน้าพระที่นั่งให้นำคนจากหน่วยราชการเข้ามา
ขันทีน้อยคนหนึ่งซึ่งถูกเฆี่ยนตีจนทั่วร่างชุ่มเลือดคุกเข่าลงกับพื้น “บ่าวถวายบังคมฮ่องเต้...”
ท่านกงกงลู่ประสานมือกล่าว “ฮ่องเต้ เวทีหนังตะลุงของตำหนักชีเสียเป็นฝีมือคนผู้นี้จัดการ ทุกขั้นตอนล้วนไม่มีข้อผิดพลาด มีเพียงไม้ที่ถูกชุบยาพิษ บ่าวให้คนลงโทษเขาอย่างหนักแล้ว เขาบอกว่ายินดีสารภาพพ่ะย่ะค่ะ”
จวินเฉินอวี้ทอดพระเนตรลงมาจากเบื้องสูง “ใครสั่งให้เจ้าปองร้ายครรภ์ของฉุนกุ้ยเหริน”
อวี้กุ้ยเหรินกำมือแน่น นางต้องสงบสติอารมณ์ เพราะเตรียมทางหนีทีไล่สุดท้ายไว้ให้ตนเองกับสนมซูแล้ว
หากทางหนึ่งใช้ไม่ได้ ก็ยังมีทางอื่น
นั่นก็คือ หาคนรับเคราะห์แทน!
สนมซูเป็นที่พึ่งของนางและสกุลมารดา ดังนั้นสนมซูจะเป็นอะไรไปไม่ได้ มิฉะนั้นชีวิตของบิดามารดาและน้องสาวคงยิ่งลำบาก
ขันทีน้อยถูกตีจนหวาดกลัว เพียงถูกทรมานไปครึ่งชั่วยามก็เสียขวัญจนแทบสิ้นสติ “ฮ่องเต้โปรดไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ เป็นกุ้ยเหรินฉินสั่งให้บ่าวนำไม้ที่แช่พิษเย็นไปใส่ไว้ในหนังตะลุง เพื่อทำร้ายครรภ์มังกรของฉุนกุ้ยเหรินพ่ะย่ะค่ะ”
กุ้ยเหรินฉินหรือ? น้องสาวต่างมารดาของสนมซู
ทุกคนต่างรู้ว่ากุ้ยเหรินฉินผู้ไม่โดดเด่นนักรับใช้ฮ่องเต้มาตั้งแต่ครั้งประทับอยู่ตำหนักรองยามยังมิได้ขึ้นครองบัลลังก์
