“กล่าวคือ เปลที่ชุบยาพิษนั้นเป็นของตำหนักเหยาหวาสร้างขึ้นเอง”
ฮองเฮาหน้าถอดสี ทว่าพระนางก็พอคาดเดาไว้ก่อนแล้ว จึงรู้ว่าเวินอวิ๋นเหมียนต้องเป็นผู้ลงมืออยู่เบื้องหลัง
นึกไม่ถึงว่าพระนางเพิ่งคิดเล่นงานตระกูลกู้ เวินอวิ๋นเหมียนก็ลงมือกับพระโอรสของพระนางเสียแล้ว เคราะห์ดีที่คราวนี้พบพิรุธได้เร็ว ไม่ปล่อยให้เวินอวิ๋นเหมียนสมใจ
ฮองเฮาจึงกุมพระอุระด้วยความเดือดดาล ดวงเนตรแดงก่ำจับจ้องจวินเฉินอวี้ “ฮ่องเต้ ตำหนักเหยาหวาไม่ได้ใช้เปลจากหน่วยราชการ กลับสร้างเปลขึ้นเองหลายหลัง หม่อมฉันเห็นว่าต้องเป็นพระสนมหยวนเฟยที่สั่งให้บ่าวในตำหนักเหยาหวาแช่เปลในยาพิษเพื่อทดลอง เมื่อทดลองจนได้ผลแล้ว จึงลอบสร้างเปลขึ้นหลังหนึ่งให้เหมือนกับของหน่วยราชการ”
“ตอนหน่วยราชการส่งเปลมายังตำหนักเฟิ่งอี๋ พวกเขาก็ลอบสับเปลี่ยนเปลที่องค์ชายรองใช้ ก่อเรื่องชั่วช้าเช่นนี้โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ช่างน่าชิงชังยิ่งนัก ขอฮ่องเต้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่องค์ชายรองของพวกเราด้วย”
อวิ๋นเฟยอดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงกราบทูล “ฮ่องเต้ เหนียงเหนียงของหม่อมฉันถูกใส่ความ เปลสองหลังในตำหนักเหยาหวานั้น มีคนจงใจนำไปทำร้ายองค์หญิงใหญ่กับองค์ชายสาม เมื่อเหนียงเหนียงพบเข้า ก็สั่งให้คนนำเปลไปทิ้งทันที เหนียงเหนียงของหม่อมฉันก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเช่นกันเพคะ”
ฮองเฮาตรัสเสียงเย็น “เหลวไหลสิ้นดี! หากพวกเจ้าพบแต่แรกว่าเปลมีปัญหา เหตุใดองค์ชายสามกับองค์หญิงใหญ่จึงไม่ประชวร ทั้งไม่มีผู้ใดไปกราบทูลฮ่องเต้? เห็นชัดว่าพวกเจ้าคิดหาทางพ้นผิด จึงจงใจกล่าวเท็จ!”
อวิ๋นเฟยถูกต้อนจนพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองเวินอวิ๋นเหมียนอย่างจนปัญญา
