ไม่นาน คนจากศาลาคุมกฎก็เข้ามารายงาน “กราบทูลฮ่องเต้ ไทเฮา คนร้ายชายสองคนนั้นยอมรับสารภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ยามนี้ฮองเฮาพอจะฟื้นเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง จึงพยุงกายลุกขึ้น “เป็นใครกันแน่ ใครทำร้ายบุตรของเปิ่นกง”
คนจากศาลาคุมกฎกล่าว “ทูลเหนียงเหนียง คนที่ไปลอบสังหารกล่าวว่า เป่าจานซึ่งอยู่ข้างกายเสียนเฟยเป็นผู้ไปหาพวกเขา สั่งให้กำจัดบิดามารดาของหยวนจิ้งพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าเป่าจานก็ซีดเผือด ท่ามกลางความลนลาน นางทำใจยอมตายแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเสียนเฟย “เหนียงเหนียง ช่วยบ่าวด้วยเถิด!”
เวินอวิ๋นเหมียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ดูท่าเสียนเฟยผู้นี้จะรู้จักเตรียมทางถอยให้ตนเองจริง ๆ
แต่ชาติที่แล้วเป่าจานผู้นี้ร้ายกาจไม่น้อย คอยช่วยเสียนเฟยวางแผนออกอุบาย ทั้งยังจงรักภักดีอย่างยิ่ง กำจัดคนผู้นี้เสียก็ดีเหมือนกัน
เวินอวิ๋นเหมียนยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากอย่าง “ประหลาดใจ” “ที่แท้ก็เป็นเจ้า บ่าวอย่างเจ้ากลับมีความสามารถถึงเพียงนี้ เกือบทำให้เสียนเฟยต้องรับผิดแทนเจ้าแล้ว”
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาเสียนเฟย เวินอวิ๋นเหมียนผู้นี้จงใจให้เห็นชัดกว่านี้อีกได้หรือไม่!
แต่การเสแสร้ง ใครเล่าจะทำไม่เป็น เสียนเฟยมองเป่าจานด้วยสีหน้าผิดหวังระคนตื่นตะลึง “เป็นเจ้างั้นหรือ? เหตุใดเจ้าจึงทำเรื่องเช่นนี้! นั่นเป็นบุตรของฮองเฮาเหนียงเหนียงนะ โชคดีที่บัดนี้องค์ชายสายตรงยังปลอดภัย มิฉะนั้น ต่อให้เปิ่นกงตายไปพร้อมเจ้า ก็ยังไม่สาสมกับความผิด!”
ไทเฮากริ้วไม่น้อยเช่นกัน ทว่าพระนางสบตากับฮ่องเต้ ทั้งสองผู้กุมอำนาจต่างมีความคิดคำนึงเช่นเดียวกัน
เป่าจานสะท้านกายสะอื้นไห้ “ฮ่องเต้ ไทเฮา บ่าวผิดไปแล้ว แต่บ่าวทนเห็นฮองเฮาเหนียงเหนียงตั้งครรภ์บุตรชายสายตรงซึ่งเป็นดาวมงคลไม่ได้”
“เสียนเฟยเหนียงเหนียงอุ้มท้องอย่างยากลำบากถึงสิบเดือน ยามคลอดก็ยังคลอดยาก องค์ชายใหญ่ของพวกเรายังถูกคนทำร้ายอีก เหนียงเหนียงร้องไห้ทุกวัน แล้วเหตุใดฮองเฮาจึงได้ใช้ชีวิตรุ่งโรจน์ถึงเพียงนี้!”
“เพราะฉะนั้นบ่าวจึงติดสินบนหยวนจิ้ง แล้วฆ่าหยวนจิ้งในตอนเกิดเรื่อง! เสียนเฟยเหนียงเหนียงไปพบตอนบ่าวกำลังฝังศพพอดี”
