เมื่อเวินอวิ๋นเหมียนมาถึงตำหนักฮองเฮา ก็มีคนมาถึงก่อนแล้วไม่น้อย
จวินเฉินอวี้ประทับอยู่บนที่นั่งประธาน ไทเฮาประทับอยู่ด้านข้าง ส่วนฮองเฮากลับเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม ใบหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง
จวินเฉินอวี้ตรัสถามด้วยสุรเสียงเย็นชา “เรื่องนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่?”
ซั่วชุนรีบคุกเข่าลง “ทูลฮ่องเต้ มีนางกำนัลเล่าว่ามีสิ่งประหลาดปรากฏบนต้นไม้โบราณทางทิศใต้ ฮองเฮาจึงรับสั่งให้บ่าวไปตรวจดูเพคะ”
“คาดไม่ถึงว่าเมื่อบ่าวไปถึง จะเห็นฝูงผีเสื้อมิได้บินวนอยู่รอบต้นไม้โบราณ แต่กลับโบยบินวนเวียนไปมาบนผืนดินแห่งหนึ่งเพคะ”
“ตอนนั้นบ่าวรู้สึกแปลกใจ อีกทั้งนางกำนัลที่มามุงดูก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บ่าวเกรงว่าจะมีข่าวลือเรื่องภูตผีปีศาจแพร่ออกไป จึงให้คนขุดดินตรงนั้นขึ้นมา คิดจะดูว่ามีสิ่งใดฝังอยู่ข้างใต้หรือไม่ คาดไม่ถึงว่าพอขุดลงไปกลับพบศพของหยวนจิ้งเพคะ...”
เมื่อนึกถึงภาพในตอนนั้น สีหน้าของซั่วชุนก็ซีดขาวลงโดยไม่รู้ตัว
ฮองเฮาตรัสด้วยดวงตาแดงก่ำ “ฮ่องเต้ หยวนจิ้งที่ทำร้ายลูกในครรภ์ของหม่อมฉันกลับถูกคนลอบฝังไว้ตรงนั้น หากมิใช่เพราะศพมีสิ่งผิดปกติจนดึงดูดฝูงผีเสื้อ เกรงว่าคงไม่มีทางพบว่าหยวนจิ้งถูกซ่อนอยู่ที่ใด ฆาตกรที่ลงมืออยู่เบื้องหลังช่างน่าชิงชังยิ่งนัก”
เสียนเฟยยืนอยู่ด้านข้าง หรี่ตาลงเล็กน้อย
นางให้คนตามหาศพของหยวนจิ้งมาเนิ่นนาน แต่กลับไม่พบ คาดไม่ถึงว่าสถานที่ที่นางยืนอยู่เมื่อคืนจะเป็นจุดที่ฝังหยวนจิ้งเอาไว้
ไม่รู้ว่านึกถึงสิ่งใด หัวใจของเสียนเฟยพลันกระตุกวูบ
นางหันไปมองเวินอวิ๋นเหมียนที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างเย็นชา หรือเรื่องนี้จะเป็นฝีมือของพระสนมหยวนเฟย?
เสียนเฟยคิดได้รวดเร็ว ทว่าเมื่อนางรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว
สุรเสียงเคร่งขรึมของไทเฮาดังขึ้น “ยามฮองเฮาถูกวางยาจนหมดสติ ก็รับสั่งให้ตรวจสอบเรื่องที่อยู่ของหยวนจิ้งอย่างละเอียด วันนี้พบว่านางถูกฝังไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เช่นนั้นก็จงตรวจสอบให้ชัดเจนว่าตลอดสองวันนี้มีผู้ใดไปที่นั่นบ้าง”
