เยว่เฮ่อกุยสืบข่าวมาจนรู้ว่า วันนี้เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนหยุดพักอยู่ที่จวน
เขาหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนถึงจวน
เรื่องที่เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนเป็นพี่ชายของเขานั้น เยว่เฮ่อกุยไม่กล้าแพร่งพรายแม้แต่น้อย เพราะหากเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนเปิดเผยฐานะเมื่อใด ก็จะกลายเป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหนือทันที
บัดนี้แคว้นเหนือกำลังปั่นป่วน เสด็จพ่อประชวรหนัก ขุมกำลังนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องตำแหน่งนี้ เขายังไม่เคยติดต่อกับเซี่ยอวิ๋นเจี้ยน จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเอ่ยว่า ‘ท่านคือพี่ชายของข้า องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหนือ’
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนรินน้ำชาให้เยว่เฮ่อกุย “นี่คือชาหิมะยอดเขาชุ่ยชิงของปีนี้ องค์รัชทายาทแคว้นเยว่ลองชิมดู”
เยว่เฮ่อกุยมองบุรุษตรงหน้า สง่างามผ่องใส เย็นเยียบดุจจันทรา ช่างเป็นสุภาพบุรุษที่งามสง่าอย่างแท้จริง
ทว่าเขากลับรู้สึกเสมอว่าแววตาของเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนลึกล้ำ ราวกับมองทะลุเรื่องราวมากมาย และซุกซ่อนบางสิ่งไว้ในใจ
เยว่เฮ่อกุยรับถ้วยชามา “ขอบคุณ วันนี้ข้ามาเยี่ยมซื่อจื่อสกุลเซี่ยโดยพลการ นับว่ารบกวนแล้ว”
“ไม่เป็นไร” เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนปรายตามอง “องค์รัชทายาทแคว้นเยว่เสด็จมาครั้งนี้ มีเรื่องใดหรือ?”
เยว่เฮ่อกุยกลอกตา เรื่องใดน่ะหรือ? แน่นอนว่าอยากกระชากเสื้อผ้าเขาออก แต่คำพูดเช่นนี้จะเอ่ยได้อย่างไร
“ไม่มีเรื่องสำคัญอะไร เพียงไม่กี่วันก่อนข้าพูดคุยกับคณะทูตคนอื่น ๆ ได้ยินว่าซื่อจื่อวาดภาพได้งดงาม ทั้งยังสะสมภาพโบราณไว้มากมาย ไม่ทราบว่าข้าจะขอชมภาพชั้นเลิศเหล่านั้นได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนยกยิ้ม “แต่ล้วนเป็นภาพทิวทัศน์ทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทโปรดปรานหรือไม่?”
