ชาวบ้านหลายคนถูกพาตัวเข้ามา พวกเขาคุกเข่าลงอย่างกระวนกระวาย ยิ่งเมื่อเห็นฉลองพระองค์มังกรก็ยิ่งไม่กล้าเอ่ยปาก
ใครจะรู้ว่าพวกเขาถูกคลุมศีรษะพามาเข้าเฝ้าฮ่องเต้...
“คะ...คารวะฮ่องเต้...”
จวินอวิ๋นโจวเอ่ยขึ้นว่า “เสด็จพี่ บ้านของพวกเขาหลายคนอยู่หน้าจวนกรมหมอหลวงหนี ตรอกสายนั้นแคบยิ่งนัก กล่าวได้ว่าทุกครั้งที่หมอหลวงหนีกลับจวน ล้วนต้องผ่านที่นี่”
“อีกทั้งกระหม่อมเพิ่งสอบถามมา พวกเขามักออกไปทำไร่ทำนา และบังเอิญพบหมอหลวงหนีที่ไม่ต้องเข้าเวรอยู่เป็นประจำ”
ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้ฉายแววเย็นเยียบ ความรู้สึกอันยากจะเอื้อนเอ่ยแผ่ซ่านอยู่ในใจ
เมื่อครู่เขายังยินดีที่นางเลือกเขาและใส่ใจเขาอยู่แท้ ๆ บัดนี้กลับได้ยินข่าวว่าหนีอวี้เหิงลอบเข้าไปในจวนติ้งชินอ๋องยามวิกาล
นางจะไปส่งข่าวให้ฉินเจาหรือ?
เขาไม่เชื่อว่านางจะทำเช่นนั้น
ทว่าความโกรธเกรี้ยวราวกับตะขอที่กรีดผ่านเส้นเลือดภายในกาย เลือดพลุ่งพล่านจนจวินเฉินอวี้รู้สึกเจ็บแปลบและอึดอัดใจ
ชาวบ้านที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเห็นสายตาของจวินอวิ๋นโจว จึงรีบกราบทูลว่า “ทูลฮ่องเต้ วันนี้พวกกระหม่อมไม่เห็นหมอหลวงหนีจริง ๆ อีกทั้งหมอหลวงหนีออกจากวังยามดึกเป็นประจำ เว้นแต่วันหยุดพักผ่อน นอกนั้นเมื่อออกจากวังแล้วก็จะกลับไปพักที่จวนทันที”
เมื่อเห็นจวินเฉินอวี้ไม่เอ่ยปาก จวินอวิ๋นโจวจึงกล่าวว่า “กระหม่อมตรวจสอบเวลาออกจากวังของหนีอวี้เหิงมาแล้วเช่นกัน เป็นเวลาเดียวกับทุกครั้ง”
จวินเฉินอวี้ปรายตามองอย่างเย็นชา “ผู้ใดกำหนดว่าเมื่อออกจากวังแล้วเขาต้องกลับจวนทันที หากไม่พบกันก็เป็นเรื่องปกติ”
“อีกอย่าง เจ้าบอกว่าหนีอวี้เหิงอยู่ในจวนติ้งชินอ๋อง แล้วคนเล่า?”
