ป๋อจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไปตามหาเยว่เฮ่อกุยที่โรงเตี๊ยม ที่แห่งนี้คือหอพักแขกต่างแคว้นซึ่งกรมพิธีจัดเตรียมไว้ ด้านนอกยังมีคนของทางการลาดตระเวนเฝ้าระวัง
ป๋อจงรู้ดีว่าสถานการณ์ในราชสำนักยามนี้ตึงเครียด เขาไม่กล้าไปพบองค์รัชทายาทแคว้นเยว่โดยพลการ จึงไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็กลับไปขอคำชี้แนะจากซื่อจื่อก่อน
ในเวลานี้เอง คนของทางการมาถึงพอดี เนื่องจากคณะทูตจากแคว้นต่าง ๆ ต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ตำหนักพักแรม กรมพิธีจึงเริ่มเตรียมการแล้ว
เมื่อเยว่เฮ่อกุยกลับไป เขาก็ตามเจ้าหน้าที่ต้อนรับของทางการไปยังตำหนักพักแรม
……
ในวัง
หนิงซวงเสวี่ยถือพระคัมภีร์ที่คัดด้วยมือตนเองไปเข้าเฝ้าจวินเฉินอวี้ นางเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ชุดที่สวมในคราแรกที่พบจวินเฉินอวี้
ข้างกายมีแม่นมตามมาด้วยคนหนึ่ง
แม่นมจางเอ่ยเสียงเบา “นายหญิงน้อย เมื่อครู่ท่านยังจำได้หรือไม่ว่าพบฮ่องเต้แล้วควรพูดเช่นไร”
หนิงซวงเสวี่ยยกมุมปาก “จำได้ ครานี้มีแม่นมช่วยข้า ข้าจะไม่หุนหันพลันแล่นอีก ข้าจะทำให้ฮ่องเต้กลับมาคืนดีกับข้าให้ได้”
แม่นมจางคือแม่นมที่จวินอวิ๋นโจวรับปากว่าจะให้หน่วยราชการจัดหาให้นาง ในยามที่หนิงซวงเสวี่ยพบเขาเป็นการส่วนตัวเมื่อคืนวาน
นึกไม่ถึงว่าอวิ๋นโจวกลับเมืองหลวงครานี้ จะคิดช่วยนางโค่นเวินอวิ๋นเหมียน เพื่อฉวยโอกาสกลับมาได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้นางยังไม่รู้ฐานะของเฉินอวี้กับอวิ๋นโจว บัดนี้ได้พบอวิ๋นโจวอีกครั้ง เขาก็ยินดีช่วยนาง
แววภาคภูมิใจฉายวาบในดวงตาของหนิงซวงเสวี่ย การได้รู้จักองค์ชายเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่างเป็นเรื่องดี บัดนี้พวกเขาต่างกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงส่ง และยังยืนอยู่ข้างนาง คอยเอ็นดูนาง
นางอยากเห็นนักว่าเวินอวิ๋นเหมียนกับคนรอบกายนางจะต่อกรกับนางได้อย่างไร!
หนิงซวงเสวี่ยรู้ว่าฮ่องเต้อยู่ที่ตำหนักจินหลวน กำลังทอดพระเนตรเหล่าองค์ชาย
