อวิ๋นหย่างกำลังจะเดินออกไป เวินอวิ๋นเหมียนก็เรียกนางไว้ “อย่าให้ตาอิ้งเจียงมาเลยดีกว่า เจ้าไปบอกฉินผิน ให้นางช่วยลองหยั่งเชิงตาอิ้งเจียง”
“เพคะ”
……
หลายวันนี้ฉินผินพยายามหาทางอยู่เช่นกัน ทว่าจวนเจิ้นกั๋วกงตกต่ำจนหมดสภาพแล้ว ต่อให้นางคิดส่งคนออกไปสืบข่าวนอกวัง ก็ทำไม่ได้
ในยามที่กำลังร้อนใจ คำสั่งของพระสนมหยวนเฟยก็มาถึง
เมื่อฉินผินได้ยิน ย่อมรับคำอย่างไม่ลังเล
พอตกบ่าย นางก็เรียกตาอิ้งเจียงมาพูดคุยทันที
ตาอิ้งเจียงมีนิสัยขี้อาย เมื่อเข้ามาก็ยังมีท่าทีประหม่าอยู่บ้าง “หม่อมฉันคารวะฉินผินเหนียงเหนียง”
เมื่อเห็นนางขลาดกลัวถึงเพียงนี้ ฉินผินกลับรู้สึกว่านางคล้ายตนในอดีตอยู่ไม่น้อย ต่างก็ต้องก้มหัวเอาใจผู้อื่นและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
“น้องหญิงเจียง ไม่ต้องมากพิธี”
ฉินผินรินน้ำชาให้ตาอิ้งเจียง “น้องหญิงเจียงเข้าวังมานานเพียงนี้แล้ว ยังไม่ได้เข้าเฝ้าถวายงานใช่หรือไม่?”
สีหน้าตาอิ้งเจียงกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “เพคะ ฮ่องเต้ยังไม่ทรงนึกถึงหม่อมฉัน ก็เลย...”
“ที่จริงแล้ว ในวังแห่งนี้ ขอเพียงมีความสามารถ แม้ชาติกำเนิดต่ำต้อยก็ยังขึ้นสู่ตำแหน่งสูงส่ง เป็นสนมคนโปรดได้”
ฉินผินเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าตาอิ้งเจียง “แต่หากผู้ใดคิดใช้วิธีสกปรก พอเริ่มต้นก็ลงมือทำเรื่องไม่กลัวตาย ต่อให้มีความสามารถเพียงใด ก็ย่อมไปไม่ถึงปลายทาง”
“น้องหญิงเจียง เจ้าคิดว่าถูกหรือไม่?”
ตาอิ้งเจียงนึกว่าฉินผินกำลังอบรมสั่งสอนตน จึงรีบพยักหน้ารับ “ฉินผินเหนียงเหนียงกล่าวถูกแล้ว หม่อมฉันได้รับคำสั่งสอนแล้วเพคะ”
