หมอตำแยหวังเดินทางไปตำหนักเหยาหวาตลอดทางด้วยใจหวาดหวั่น ทว่านางก็รู้ดีว่าพระสนมหยวนเฟยเหนียงเหนียงไว้วางใจนาง เรื่องที่พระสนมเยวี่ยผินกำชับไว้ นางย่อมจัดการได้เรียบร้อย
แต่เมื่อนึกถึงพระสนมหยวนเฟยเหนียงเหนียงผู้แสนอ่อนโยนและมีเมตตา หมอตำแยหวังก็อดรู้สึกเวทนาอย่างยิ่งไม่ได้
เมื่อมาถึงด้านนอกตำหนักเหยาหวา สู่ขุยและคนอื่น ๆ กำลังคอยรับใช้อยู่ นางกำนัลที่มีหน้าที่ต้มน้ำและยกน้ำเห็นหมอตำแยหวัง ก็รีบเดินเข้ามาหา
สู่ขุยกล่าวอย่างร้อนใจว่า “หมอตำแยหวัง ในที่สุดท่านก็มาถึง เหตุใดจึงช้านักเล่า พระสนมปวดท้องอย่างหนักแล้ว รีบเข้าไปดูเถิด”
“ได้ ๆ ระหว่างทางเมื่อครู่ข้าลืมหยิบของที่ต้องใช้ทำคลอด บัดนี้ข้าจะเข้าไปแล้ว”
ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักเฟิ่งอี๋
เสียงของฮองเฮาฟังดูเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก พระนางเหงื่อท่วมศีรษะ มือกำแขนซั่วชุนไว้แน่น “ฮ่องเต้อยู่ที่ใด ฮ่องเต้เสด็จมาหรือยัง!”
“เหนียงเหนียง เมื่อครู่มีข่าวจากตำหนักไท่เหอว่า ราชรถของฮ่องเต้กำลังมาทางนี้”
ดวงตาฮองเฮาแดงก่ำ “ฮ่องเต้ไม่ได้ไปดูพระสนมหยวนเฟย ดีเหลือเกิน ฮ่องเต้เสด็จมาอยู่เป็นเพื่อนเปิ่นกงตอนคลอดแล้ว...”
ความเจ็บปวดทำให้เส้นเลือดปูดขึ้นตามลำคอ ทว่านางยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องถาม “เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊เล่า! ราชครูบอกแล้วว่าดาวมงคลจะจุติ และฝนหวานจากสวรรค์จะโปรยปราย เจ้าต้องกราบทูลฮ่องเต้ ให้กรมคลังเตรียมการให้พร้อม”
ครานี้ นางจะได้เป็นฮองเฮาแห่งตำหนักกลางที่ไม่มีผู้ใดสั่นคลอนได้อีก!
จะไม่มีวันเช่นในอดีตที่สนมซูข่มเหงนางอีก จะไม่มีวันมีสนมคนโปรดอยู่เหนือศีรษะนางอีก!
ผู้คนในตำหนักเฟิ่งอี๋วุ่นวายกันไปหมด หมอตำแยต่างเร่งปรับท่านอนให้ฮองเฮา “ฮองเฮาเหนียงเหนียง อย่าทรงร้อนพระทัย ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจก่อน...”
