ข่าวฮองเฮาตำหนักเฟิ่งอี๋ทรงพระครรภ์ใกล้คลอดแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ ยามนี้กิจการทั้งหกตำหนักล้วนตื่นตระหนก ทว่าจวินเฉินอวี้กำลังจัดการราชกิจ ก่อนหน้านี้จึงสั่งห้ามพบผู้ใดทั้งสิ้น
ตำหนักเฟิ่งอี๋และตำหนักเหยาหวามีหมอหลวงอยู่ไม่น้อยแล้ว หนีอวี้เหิงย่อมหิ้วหีบยารีบตรงไปตำหนักเหยาหวาเป็นคนแรก
ทั่วทั้งวังหลังต่างตื่นตระหนก
ฮุ่ยผินเพิ่งออกจากตำหนักของตน ก็พบฉินผินกับอวี้กุ้ยเหรินที่กำลังจะไปตำหนักเหยาหวาพอดี
“ฉินผิน พวกเจ้าก็จะไปตำหนักเฟิ่งอี๋หรือ?” ฮุ่ยผินเอ่ยรั้งพวกนางไว้
ทั้งสองไม่คิดจะพูดคุยกับฮุ่ยผินให้มากความ อวี้กุ้ยเหรินคารวะแล้วตอบส่ง ๆ ว่า “พระสนมหยวนเฟยกำลังจะคลอดเช่นกัน พวกเราจะไปตำหนักเหยาหวา”
“ไปที่นั่นทำไม? เด็กที่นางคลอดออกมาก็คือดาวอัปมงคล ไปแล้วมีแต่จะพาโชคร้าย มิสู้ไปตำหนักเฟิ่งอี๋เพื่อรับสิริมงคลไม่ดีกว่าหรือ อีกทั้งฮ่องเต้ก็ต้องไปเฝ้าฮองเฮาแน่นอน”
ดวงตางดงามเย้ายวนของฉินผินฉายแววดูแคลน นางไม่ชอบที่สุดยามได้ยินผู้อื่นพูดถึงพระสนมหยวนเฟยเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น หลายวันก่อนตอนนางลอบเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อนำป้ายคำสั่งขนนกชาดมาคืน ฮ่องเต้ยังทรงซักถามเรื่องราวในวัง
หากตอนนั้นเสียนเฟยไม่เฉลียวฉลาด ไม่ปล่อยให้พวกนางจับผิดได้ ครั้งก่อนนางคงกราบทูลฟ้องฮ่องเต้อย่างหนักไปแล้ว
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ทรงถาม ล้วนเกี่ยวข้องกับพระสนมหยวนเฟย
ทรงใส่พระทัยเหนียงเหนียงถึงเพียงนี้ ยามคลอดครานี้จะไม่เสด็จไปตำหนักเหยาหวาได้อย่างไร
“ในเมื่อฮุ่ยผินเหนียงเหนียงอยากไปเฝ้าฮองเฮา เช่นนั้นน้องกับอวี้กุ้ยเหรินก็จะไม่แย่งชิงกับพี่หญิงแล้ว ขอตัวก่อน”
