ตำหนักรุ่ยเหอ
ฉือจินถูกลงโทษให้คุกเข่าอยู่บนพื้น สภาพนางยับเยินอย่างยิ่ง แม้แต่ผ้าคลุมหน้าก็ถูกกระชากออก ทว่าฮองเฮากลับไม่รู้เลยว่านางเป็นใคร เพราะฮองเฮาไม่เคยพบพระสนมหนิงมาก่อน
ฉือจินหรี่ตาลงเล็กน้อย ดูท่าน้องสาวคงตายไปก่อนเข้าวัง คนในวังแห่งนี้จึงไม่มีใครรู้ว่าหน้าตานางเป็นเช่นไร มิฉะนั้นฮองเฮาคงไม่แสดงสีหน้าเรียบเฉยเช่นนี้
“เปิ่นกงเชื่อใจเจ้ามาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ กล้าลอบพบปะบุรุษในวังอย่างเปิดเผย ในฐานะนักพรตผู้หนึ่ง ไฉนจึงไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้”
ซั่วชุนแค่นเสียงเย็นอยู่ด้านข้าง วันนี้นางเห็นฉือจินเดินกลับมาแต่ไกล ท่วงท่าการเดินผิดปกติ จึงยิ่งมั่นใจว่านางต้องไปลอบพบปะบุรุษมาแน่
คราวนี้ได้โอกาสพอดี นางจะฟ้องฮองเฮาให้ลงโทษฉือจินเสียบ้าง!
แม้ถูกทุบตี ฉือจินก็หาได้มีแววหวาดกลัวในดวงตาไม่
เพราะนางจงใจทำเช่นนี้
นางจงใจเดินกะโผลกกะเผลกต่อหน้าซั่วชุน จงใจทำท่าขวยเขินราวกับเพิ่งลิ้มรสความรัก ผลก็เป็นดังคาด ซั่วชุนอดรนทนไม่ไหวจริง ๆ
เป้าหมายของนางคือทำให้ฮองเฮาสงสัยว่านางลอบพบปะบุรุษ
เพราะนางรู้ว่า ด้วยใบหน้านี้ ฮ่องเต้ต้องปกป้องนางเป็นแน่
ถึงยามนั้น หากฮองเฮาสงสัยว่านางยั่วยวนฮ่องเต้และคิดกำจัดนาง ก็ย่อมทำให้ฮ่องเต้พิโรธ
นางตั้งใจจะใช้วิธีเดียวกันนี้หยั่งเชิงพระสนมหยวนเฟยด้วย
พระสนมหยวนเฟยเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานที่สุด หากทำให้นางเสื่อมพระเมตตาได้ก่อนออกศึกติดตามฮ่องเต้ เมื่อนางไปถึงชายแดนเหนือ ก็ยังสามารถยุแยงอีกสักสองสามคำอย่างลับ ๆ
หากฮ่องเต้ไม่ได้พบพระสนมหยวนเฟยกับฮองเฮาเป็นเวลานาน ความชิงชังที่มีต่อพวกนางก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น เช่นนั้นมิใช่ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวหรือ
ถึงยามนั้น ในวังก็จะเหลือเพียงนางกับเสียนเฟยที่ได้รับความโปรดปราน
เมื่อเห็นฉือจินนิ่งเงียบ ฮองเฮาก็คิดว่านางยอมรับว่าลอบพบปะบุรุษ ด้วยความโกรธจึงรับสั่งกับซั่วชุนทันที “ลากหญิงไร้ยางอายผู้นี้ออกไป ตรวจร่างกายนางให้ละเอียด หากเป็นเช่นนั้นจริง เปิ่นกงจะไม่ปล่อยนางไว้แน่!”
