กงกงลู่พินิจดูอย่างละเอียด ก่อนร่างจะแข็งค้างไปชั่วขณะ เขาประสานมือค้อมกายกราบทูลฮ่องเต้ว่า “กราบทูลฝ่าบาท สิ่งนี้ดูไม่เหมือนของที่เหนียงเหนียงหนิงตาอิ้งพกติดตัว กลับคล้าย...”
ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้ฉายแววเย็นเยียบ “กลับคล้ายอะไร?”
กงกงลู่เหลือบมองเวินอวิ๋นเหมียนอย่างกระวนกระวาย ก่อนกราบทูลฮ่องเต้อีกครั้ง “ปิ่นปักผมชิ้นนี้น่าจะเป็นของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ”
หยางกุ้ยเหรินที่อยู่ข้าง ๆ เบิกตากว้าง “หรือกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงแค้นหนิงตาอิ้งที่ใส่ร้ายพระนางในวันนี้ จึงผูกใจเจ็บและสั่งให้คนฆ่านางเพคะ?”
เฉินฉางจ้ายกล่าวเสียงแผ่ว “หากกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงคิดจะฆ่าคนสักคน ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยอำนาจของเหนียงเหนียง ต่อให้สังหารคนก็ยังไม่เป็นไรกระมังเพคะ”
ใบหน้าจวินเฉินอวี้เย็นชาลง “บังอาจ!”
เมื่อฮ่องเต้กริ้ว ทุกคนต่างรีบปิดปากและคุกเข่าลง “ขอฝ่าบาททรงระงับโทสะ!”
หางตาเวินอวิ๋นเหมียนเย็นเยียบ ก่อนนางจะหลุบตาลงอย่างน้อยใจ “ฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้สังหารหนิงตาอิ้งเพคะ”
“เรารู้” จวินเฉินอวี้กุมมือเวินอวิ๋นเหมียน นี่เป็นครั้งที่เขาเชื่อมั่นในตัวนางอย่างแน่วแน่ที่สุด
หงซินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นร่ำไห้คลานมาหาเวินอวิ๋นเหมียน “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง บ่าวบังอาจขอถามสักคำ หากมิใช่พระนางส่งคนไปสังหารนายหญิงน้อยของบ่าว เหตุใดของของพระนางจึงมาอยู่ข้างกายนายหญิงน้อยได้เพคะ?”
กุ้ยเหรินอิ๋งครุ่นคิดจนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว นางรู้ว่าพี่สาวเป็นผู้ลงมือ เพื่อโยนความผิดเรื่องที่เกิดในสวนหลวงเมื่อเช้าให้กุ้ยเฟยหยวนด้วย
บัดนี้หนิงฉือจินตายแล้ว นางย่อมต้องช่วยพี่สาวอีกแรง
กุ้ยเหรินอิ๋งคุกเข่าลงทันที “ฝ่าบาท แม้หนิงตาอิ้งจะใส่ร้ายกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง แต่ฝ่าบาทยังทรงเมตตาไว้ชีวิตนาง คาดไม่ถึงว่าจะมีคนใจร้อนถึงเพียงนี้ รีบสังหารนางเสียแล้วเพคะ”
