ยามกลับมา แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนลุ่มลึกขึ้นหลายส่วน
ฉินเจามุ่งหน้าไปเมืองยงโจว นั่นหมายความว่าอีกไม่ถึงครึ่งเดือน แคว้นเหนือจะเกิดความวุ่นวาย และจวินเฉินอวี้จะนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เอง
เมื่อกลับมาแล้ว ก็จะเป็นศึกระหว่างพระองค์กับฉินเจา
ทั่วทั้งเทียนเฉาอันกว้างใหญ่ จวินเฉินอวี้เป็นจักรพรรดิ แคว้นเล็กและชนเผ่าโดยรอบล้วนสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ ทว่ายังมีแคว้นเล็กอีกหลายแห่งที่ไม่รู้จักเจียมตัว คอยเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ
เวินอวิ๋นเหมียนเคยประจักษ์ในความสามารถของจวินเฉินอวี้ แม้นางไม่รู้แน่ชัดว่าในศึกระหว่างฮ่องเต้กับฉินเจาครานั้นมีแผนการและการวางหมากเช่นไร แต่นางรู้ว่าจวินเฉินอวี้คือที่พึ่งของนาง เป็นบุรุษผู้มอบเกียรติยศและความรุ่งเรืองตลอดชีวิตให้แก่นาง
ส่วนในชาตินี้บุรุษทั้งสองจะเป็นเช่นไร นางไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพราะนางรู้ดีว่า สำหรับจวินเฉินอวี้ในยามนี้ นางเป็นเพียงแมวตัวหนึ่งที่เขาโปรดปรานเท่านั้น
นางยังมิได้สำคัญถึงขั้นจะยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายเรื่องการทหาร หรือออกความเห็นได้
ยามเช้า เวินอวิ๋นเหมียนกำชับกงกงหมิงว่า “ช่วงนี้ส่งคนไปจับตาดูตำหนักโยวจวี หากมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้สนมซู ให้รีบมารายงานทันที”
กงกงหมิงรับคำ “บ่าวทราบแล้ว”
นางกำลังจะรับสำรับ ก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งที่อวิ๋นหย่างส่งเข้ามา
สีหน้าอวิ๋นหย่างเคร่งขรึมยิ่ง “เหนียงเหนียง จดหมายส่งมาจากตระกูลกู้เพคะ”
เวินอวิ๋นเหมียนขมวดคิ้ว รับจดหมายมาอ่าน แล้วหัวใจก็หนักอึ้งลงทันที
นางจำลายมือของเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนได้ตั้งแต่แรกเห็น เพียงแต่เขาเขียนด้วยน้ำเสียงของท่านน้า
เหตุใดฮ่องเต้จึงให้คนลอบตรวจค้นจวนหย่งหนิงโหว?
แต่ในจดหมาย ท่านน้าอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างแยบคาย เวินอวิ๋นเหมียนจึงอ่านเข้าใจ
