จวินเฉินอวี้ยังคงคิดชดเชยให้แงม่วนอยู่ดี ขณะคลุมเสื้อคลุมของตนลงบนไหล่หนิงซวงเสวี่ย เขาก็สั่งว่า “ยกฉากบังลมแผนที่เข้ามา”
แววตาเวินอวิ๋นเหมียนไหววูบ นางเคยได้ยินเรื่องฉากบังลมผืนนั้นมาก่อน ครั้นชาติก่อนหลังได้เป็นไทเฮา นางเคยคิดจะขนย้ายแผนที่ล้ำค่าที่สืบทอดมาจากเมืองผิงหยางกลับเมืองหลวง ทว่าเพราะเมืองผิงหยางเกิดศึกสงคราม ฉากบังลมแผนที่จึงเสียหายไป
ยามนั้นเมื่อนางได้เห็น นางรู้สึกเสียดายยิ่งนัก
ไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะได้ครอบครองแผนที่ผืนนี้ก่อนเวลา
นางจึงอดดีใจมิได้
เมื่อแผนที่ถูกยกเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงัน ไม่ผิดจากที่คาด มันคือแผนที่ล้ำค่าที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน รายละเอียดที่แกะสลักไว้ทุกจุดล้วนประณีตไร้ที่ติ
ดวงตาของเวินอวิ๋นเหมียนเปล่งประกาย นางเดินเข้าไปดูอย่างละเอียด
นางชื่นชอบแผนที่หรือภาพทิวทัศน์เป็นพิเศษ รถม้าเดินทางเชื่องช้า แต่สถานที่ที่นางอยากไปชมกลับมีมากมายเหลือเกิน
ย่อมอดรู้สึกเสียดายมิได้
การได้ดูสถานที่ซึ่งผู้คนเคยผ่านไปจากแผนที่ มองว่าทางซ้ายคือที่ใด ทางขวาคือที่ใด เบื้องหน้าจะเป็นแห่งหนใด ความรู้สึกเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก
จวินเฉินอวี้เห็นเวินอวิ๋นเหมียนกำลังตั้งใจชม มุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะรักซวงเสวี่ยอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ให้ความสำคัญกับแงม่วนไม่ต่างกัน
แงม่วนมีความสุข เขาก็มีความสุข
“เป็นอย่างไร ชอบหรือไม่” จวินเฉินอวี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หนิงซวงเสวี่ยเหลือบมองด้านข้าง มือกำเสื้อคลุมที่จวินเฉินอวี้พาดไว้บนไหล่แน่น ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นเขากำลังมองเวินอวิ๋นเหมียนด้วยแววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ
ด้วยสัญชาตญาณของสตรี นางย่อมรู้ว่าสามีต้องชอบกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นแน่
ความหึงหวงผุดขึ้นในใจหนิงซวงเสวี่ย
นางกระตุกแขนเสื้อจวินเฉินอวี้เบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ท่านพี่ สิ่งนี้คืออะไรหรือ”
