เมื่อได้ยินว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเสด็จมา เวินฟู่อันก็สะดุ้งเฮือกไปทั้งร่าง ก่อนจะมองออกไปด้านนอกด้วยความตื่นเต้นยินดี
เหล่าผู้คุมที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องขังต่างพากันคุกเข่าลงพร้อมเพรียง
จากนั้นก็มีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งก้าวเข้ามา นางสวมแพรไหมสีเขียวอ่อน
ผิวพรรณขาวผ่องของนางเปล่งประกายอ่อนละมุน เครื่องประดับทุกชิ้นบนกายล้วนแวววาว เพียงมองก็รู้ว่ามีราคาสูงทั้งสิ้น
นี่คือลูกสาวของเขาจริงหรือ?
เวินฟู่อันเห็นบุตรีสายตรงผู้เคยอ่อนโยนสงบเสงี่ยมของตน บัดนี้กลับเปลี่ยนแปลงจนเขาแทบจำไม่ได้ จึงอดคิดไม่ได้ว่า สุดท้ายแล้วอำนาจกับความมั่งคั่งนี่เองที่หล่อเลี้ยงคนได้ดีที่สุด
ยามนี้เวินอวิ๋นเหมียนได้รับการบำรุงจากทุกสิ่งที่ฮ่องเต้ประทานให้ จนกลายเป็นสตรีสูงศักดิ์เปี่ยมความมั่นใจ แม้แต่แววตาก็แฝงความคมกริบของผู้มีอำนาจ
นางกลายเป็นกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงผู้ได้รับความเคารพอย่างยิ่งทั่วเทียนเฉาแล้ว
“ถวายคำนับกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง!”
เสียงผู้คุมที่กล่าวคำนับอย่างนอบน้อมดึงเวินฟู่อันกลับจากภวังค์ เวินอวิ๋นเหมียนเดินเข้ามาแล้ว
เวินฟู่อันจำต้องก้มหัวให้แก่อำนาจ จึงรีบกล่าวคำนับตามไปด้วย “ถวายคำนับกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
เมื่อเห็นสภาพอเนจอนาถของเวินฟู่อัน สีหน้าของเวินอวิ๋นเหมียนก็เรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใด
ทว่าตลอดทางที่เดินมา จิตใจของเวินอวิ๋นเหมียนกลับหนักอึ้ง
บางครั้งนางก็ปรารถนาให้ตนเขลาสักหน่อย หรือไม่เคยเป็นไทเฮาและไม่เคยข้องเกี่ยวกับราชกิจ เช่นนั้นคงมีความรู้สึกช้าลงบ้าง
