เวินอวิ๋นเหมียนมองจวินเฉินอวี้อย่างสงสัย รอฟังคำพูดของเขา
“เวินฟู่อันก่อกบฏ ลอบซื้ออาวุธโดยพลการ เจิ้นให้คนจับตัวกลับเมืองหลวงและคุมขังไว้ในคุกแล้ว”
“ยามนี้เจิ้นก็รู้ตัวคนที่จัดหาอาวุธให้แล้ว เวินฟู่อันจึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ อีกทั้งเรื่องของเมิ่งหงเซวียน นอกจากจางขุยโจวกับฮองเฮาจะยื่นมือเข้ามายุ่งแล้ว ยังมีคนในจวนโหวคอยช่วยเหลือเขาอีกด้วย”
“เพราะฉะนั้น เวินฟู่อัน เจิ้นจำต้องสังหาร”
เมื่อได้ยินจวินเฉินอวี้กล่าว เวินอวิ๋นเหมียนก็ชะงักงัน แม้นางจะไร้ความรู้สึกต่อบิดาผู้นี้มานานแล้ว ทั้งยังมองเขาออกตั้งแต่ชาติที่แล้ว
แต่สิ่งที่เวินอวิ๋นเหมียนคิดมากกว่าคือ บิดาผู้นี้ช่างโง่เขลา อาจพานให้นางพลอยเดือดร้อนไปด้วย นางจึงรีบร้อนตัดขาดจากจวนโหว
ทว่าเมื่อลองคิดดู แม้บิดาผู้นี้จะไม่เอาไหน แต่ก็ไม่เคยทำร้ายนางจริง ๆ ดังนั้นสำหรับเวินอวิ๋นเหมียนแล้ว เมื่อได้ยินว่าเวินฟู่อันกำลังจะถูกประหาร ในใจก็รู้สึกสับสนปนเป
กระนั้นสิ่งที่เวินอวิ๋นเหมียนคำนึงถึงมากที่สุดก็ยังเป็นตัวนางเอง นางเคยเป็นไทเฮามาก่อน จึงเคยชินกับการมองเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเยือกเย็นเกินไป
ด้วยเหตุนี้ นางจึงดูไร้หัวใจ
แต่มีหลักการอยู่ข้อหนึ่งที่นางเข้าใจดี ไม่มีผู้ใดสำคัญไปกว่าตัวนางเอง คนที่นางพึ่งพาได้คือตัวนาง และคนที่จะอยู่เคียงข้างนางไปตลอดก็คือตัวนางเช่นกัน
เพราะฉะนั้น คนที่นางรักที่สุดย่อมเป็นตัวนางเองเสมอ
ยามนี้เวินอวิ๋นเหมียนครุ่นคิดอย่างใจเย็น ก่อนจงใจทำดวงตาให้แดงก่ำ นั่งอยู่ในอ้อมแขนของจวินเฉินอวี้อย่างน่าสงสารและดื้อรั้น
