กู้จงกั๋วพูดคุยกับเวินอวิ๋นเหมียนและคนอื่น ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มหายใจอ่อนแรง
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น เย่ว์อี หัวหน้ากององครักษ์เงาจันทราซึ่งอยู่ด้านนอก ก็เร่งฝีเท้าเข้ามา “ฝ่าบาท มีเรื่องสำคัญต้องกราบทูล”
เวินอวิ๋นเหมียนเดาได้ว่า คงเป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากแคว้นต่าง ๆ บุกเข้าแคว้นเหนือในไม่ช้านี้
นางรีบบอกฉินเจา “ข้าจะอยู่กับท่านน้าที่นี่ ท่านไปจัดการธุระก่อนเถิด อีกสักพักข้าก็กลับแล้ว”
เย่ว์อีไม่ค่อยปรากฏตัว หากเขามารายงานข่าวด้วยตนเอง ย่อมหมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ฉินเจาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “รอข้าอยู่ที่นี่ จัดการธุระเรียบร้อยแล้ว ข้าจะกลับมารับเจ้า”
“ได้”
ฉินเจาเพิ่งพาเย่ว์อีออกไป เวินอวิ๋นเหมียนก็หันมองท่านน้าด้วยแววตาอ่อนโยน กำลังจะเอ่ยปากสนทนา ใครจะรู้ว่าพอหันกลับไปอีกครั้ง ท่านน้ากลับกุมอกแน่นแล้วกระอักเลือดออกมาคำใหญ่!
เวินอวิ๋นเหมียนตกใจสุดขีด รีบวิ่งเข้าไปหา “ท่านน้า? ท่านน้าเป็นอะไรไป?”
เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่ เหตุใดจู่ ๆ จึงกระอักเลือดได้
กู้จงกั๋วมองเลือดบนผ้าห่มอย่างเหม่อลอย หน้าอกกระเพื่อมแรง เขากุมอกไว้ แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
เวินอวิ๋นเหมียนร้อนใจ “ท่านหมอ? ท่านหมอเว่ย!”
ตอนท่านหมอเว่ยรีบร้อนเข้ามา กู้จงกั๋วก็หมดสติไปแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนรีบลุกขึ้น เปิดทางให้ท่านหมอตรวจชีพจรท่านน้า
หัวใจนางเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ท่านหมอเว่ยขมวดคิ้วพลางลุกขึ้น “เป็นเช่นนี้จริง ๆ”
“เป็นเช่นใดจริง ๆ?” เวินอวิ๋นเหมียนมองเขาอย่างกระวนกระวาย “ท่านหมอเว่ย ท่านน้าของข้าเป็นอะไรกันแน่? เมื่อครู่ยังพูดคุยได้ดี ๆ อยู่ จู่ ๆ ก็กระอักเลือดออกมา”
ท่านหมอเว่ยเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ฮูหยิน ข้าจะบอกตามตรง คนที่แทงใต้เท้ากู้ต่างก็ทายาพิษไว้บนมีด เพียงแต่พิษนี้ไม่แสดงอาการชัดเจน มันแฝงอยู่ในเลือด ตอนนั้นข้าเพียงคาดเดา แต่บัดนี้เห็นเลือดเป็นสีดำคล้ำ ก็ยืนยันได้ว่าคือพิษชนิดที่ข้าคาดไว้”
