จวินเฉินอวี้กวาดตามองใบหน้านี้คราหนึ่ง ก่อนจะเก็บม้วนภาพแล้วหันหลังออกจากตำหนักไป
ทว่าเมื่อเขาจากไป ความหวาดหวั่นในดวงตาของเวินอวิ๋นเหมียนก็พลันมลายหายไปทันที
……
วันถัดมา เนื่องจากต้องคัดเลือกนางรำสำหรับงานชุมนุม หมิงเต๋อเฉวียนจึงรีบนำบัญชีรายชื่อมายื่นให้เวินอวิ๋นเหมียน
「ฮูหยิน นี่เป็นพระบัญชาของฝ่าบาท เรื่องเหล่านี้ให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจพ่ะย่ะค่ะ」
เวินอวิ๋นเหมียนยกยิ้มบาง ๆ ในวังหลังของฉินเจาไม่มีเฟยผินผู้ใดที่จัดการเรื่องราวได้ ทั้งเรื่องนางรำก็ต้องให้สตรีในวังหลังเป็นผู้ตัดสินใจ นางจึงรับบัญชีรายชื่อมาอย่างเป็นธรรมชาติ
นางกวาดตามองรายชื่ออยู่ครู่หนึ่ง พลันขมวดคิ้ว
เว่ยหลี เว่ยเยี่ยน?
เหตุใดชื่อเหล่านี้จึงคุ้นหูนัก?
เวินอวิ๋นเหมียนขมวดคิ้ว
ชาติก่อน ครั้งที่เทียนเฉาจัดงานเลี้ยงใหญ่ มีนางรำคนหนึ่งชื่อเว่ยเยี่ยนออกมาร่ายรำต่อหน้าผู้คน เวินอวิ๋นเหมียนยังพบเครื่องหอมชวนมึนเมาในมุมตำหนักข้างซึ่งฮ่องเต้ใช้พักผ่อนระหว่างงานเลี้ยงด้วย นางให้คนลอบสอบปากคำขันทีน้อยที่เฝ้าตำหนักข้าง จึงได้รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนางรำคนหนึ่ง
ภายหลังจึงพิสูจน์ได้ว่า คนผู้นั้นคือนางรำที่เป็นผู้นำคณะ
เพราะมองออกว่าสตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา เพื่อป้องกันมิให้เกิดเรื่องวุ่นวายในวังหลัง เวินอวิ๋นเหมียนจึงสั่งให้คนส่งนางออกจากวังโดยตรง
นางมิใช่หญิงงามล่มเมือง แม้ร่ายรำได้โดดเด่น แต่ก็หาใช่ผู้ที่จวินเฉินอวี้จะเหลียวแล เรื่องของนางจึงเงียบหายไปเช่นนั้น
ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะมีนางรำถึงสองคนมาปรากฏตัวในงานชุมนุมของแคว้นเหนือ
