ภายในวังหลวงฮ่องเต้แคว้นเยว่แห่งแคว้นเหนือ
เมื่อข่าวส่งมาถึงมือเวินอวิ๋นเหมียน ก็เป็นเวลา 5 วันให้หลังแล้ว
เยว่จู๋กล่าวอย่างยินดีว่า “ฮูหยิน ข่าวจากเมืองหลวงมาถึงแล้ว ฮ่องเต้ทรงลงโทษฮองเฮา สั่งกักบริเวณและริบอำนาจในมือทั้งหมด มอบให้ไทเฮาทรงดูแล”
“ส่วนอี้หวาง ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้เนรเทศไปชายแดน หากไม่มีพระบัญชาเรียกตัว ห้ามกลับเมืองหลวง”
เวินอวิ๋นเหมียนแย้มยิ้มเล็กน้อย ดูท่าฮวาหยางจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้เฉียบขาดจริง ๆ
เหตุที่นางเลือกใช้ฮวาหยาง ก็เพราะเหตุนี้
ชาติที่แล้ว แม้ฮวาหยางจะถูกทรมาน ทว่าความเด็ดเดี่ยวเหี้ยมเกรียมของนางเป็นสิ่งที่เวินอวิ๋นเหมียนชื่นชอบ ไม่ว่าจะทำเรื่องใดก็ลงมืออย่างฉับไวเด็ดขาด
ยามนี้ฮองเฮาถูกกดข่มไว้ชั่วคราว คงสงสัยหรงเฟยเป็นแน่
นี่แหละคือสิ่งที่นางต้องการ
ยิ่งพวกนางต่อสู้กันวุ่นวายเท่าไรก็ยิ่งดี
แต่จวินเฉินอวี้หาใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย บางครั้งหลักฐานจะมีหรือไม่ก็ไม่สำคัญเลย สิ่งสำคัญคือการคล้อยตามพระทัยฮ่องเต้
หากคนที่เจ้าต้องการลากลงน้ำเป็นคนที่ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยอยู่แล้ว ต่อให้หลักฐานที่นำออกมาจะหละหลวมเพียงใด เจ้าก็สมปรารถนาได้
หาใช่เพราะเจ้ามีความสามารถเพียงใดไม่ แต่เป็นเพราะเบื้องบนต้องการเล่นงานเขา เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ย่อมทำให้เจ้าสมใจได้เช่นกัน
เยว่จู๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อว่า “ฮูหยิน อีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ ข่าวจากแคว้นเยี่ยนโจวแจ้งว่าใต้เท้ากู้มีความชอบในการจัดการอุทกภัย ฮ่องเต้จึงมีพระบัญชาเรียกตัวกลับเมืองหลวงแล้ว”
เวินอวิ๋นเหมียนถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดีเหลือเกิน”
นางเชื่อว่าท่านน้าต้องมีความสามารถพอจะตั้งหลักในเมืองหลวง และไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางขั้นหนึ่งได้อย่างแน่นอน
