เวินอวิ๋นเหมียนเรียกสู่ขุยเข้ามา “เจ้าไปดูทีว่าผ้าแพรผืนนั้นส่งไปที่ใดแล้ว”
สู่ขุยรับคำอย่างซื่อ ๆ “เพคะ”
พอดีกับที่หนีอวี้เหิงเดินเข้ามาจากด้านนอก เขาคารวะเวินอวิ๋นเหมียนด้วยความนอบน้อม “คารวะนายหญิงน้อย”
หนีอวี้เหิงยังคงรูปงามสง่าดังเดิม ทั้งยังมีเค้าความเป็นชายหนุ่มอยู่มาก ต่างจากท่าทางสุขุมเกินวัยในชาติก่อนของเขา
เมื่ออยู่ในวัง ก็ไม่มีผู้ใดใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายเป็นสุข
เวินอวิ๋นเหมียนส่งสัญญาณให้อวิ๋นหย่างมอบผ้าแพรที่มีปัญหาให้หนีอวี้เหิง
“หมอหลวงหนี ลองดูทีว่าผ้าแพรผืนนี้มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”
วิชาแพทย์ของหนีอวี้เหิงล้ำเลิศ ในชาติก่อนแทบไม่มีสิ่งใดที่เขาตรวจไม่พบ
เมื่อชาติก่อนนางไว้ใจเขามาครึ่งชีวิต ชาตินี้จึงยังเชื่อใจเขาอย่างเต็มเปี่ยม เวินอวิ๋นเหมียนถึงได้ให้คนไปตามเขามา
“พ่ะย่ะค่ะ” หนีอวี้เหิงรับผ้าแพรมา ตรวจดูอย่างละเอียด
แท้จริงแล้วเขารู้แก่ใจว่า นายหญิงน้อยว่านมองเขาเป็นคนของตนแล้ว
ในห้องนี้ไม่มีผู้อื่นนอกจากพวกเขา เวินอวิ๋นเหมียนยังไม่กระจ่างว่าใครคิดใช้วิธีใดทำร้ายนาง ย่อมไม่ปล่อยให้ผู้ใดได้ยินเรื่องนี้
ครู่หนึ่งต่อมา หนีอวี้เหิงจึงได้ข้อสรุป สีหน้าเคร่งขรึมขณะกล่าวว่า “นายหญิงน้อย สิ่งที่เคลือบอยู่บนผ้าผืนนี้คล้ายไป๋หลัวพ่ะย่ะค่ะ”
เวินอวิ๋นเหมียนถามด้วยความไม่เข้าใจ “นั่นคือสิ่งใด?”
“กลิ่นของสิ่งนี้คล้ายกับกลิ่นเครื่องหอมที่ย้อมติดอยู่บนผ้าแพร เพียงแต่แตกต่างกันเล็กน้อย เป็นตัวยาที่พบได้ยากยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
