แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนหม่นลงเล็กน้อย ฮองเฮาทรงมัธยัสถ์มาแต่ไหนแต่ไร อีกทั้งผ้าแพรและของล้ำค่าอย่างเครื่องประทินคิ้วที่ส่งมาจากภายนอก ส่วนใหญ่ล้วนถูกส่งไปยังตำหนักเหยียนซีของสนมซูกุ้ยเฟยก่อน
หลังจากนางเลือกแล้ว จึงค่อยส่งมาถึงตำหนักเฟิ่งอี๋
แม้เรื่องเช่นนี้จะผิดธรรมเนียม แต่ผู้ที่ทำงานในวังล้วนเป็นคนฉลาดแกมโกง เมื่อพระทัยฮ่องเต้เอนเอียงไปทางใด พวกเขาก็ย่อมประจบเอาใจทางนั้น
ทำเช่นนี้ไปมาเข้า ก็กลายเป็นธรรมเนียมที่ต่างยอมรับกันโดยปริยาย
ผ้าเนื้อดีล้ำค่าเช่นนี้ ตามหลักแล้วไม่น่าจะตกมาถึงตำหนักเฟิ่งอี๋ ฮองเฮาก็ประชวรหนักจนไม่มีเวลาสนใจสิ่งของนอกกาย แล้วจะมีผู้ใดส่งผ้าเช่นนี้มาให้นางโดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไร
ขณะกำลังครุ่นคิด ก็มีคนเข้ามารายงานจากด้านนอกว่า “นายหญิงน้อย ซูตาอิ้งมาแล้ว”
เวินอวิ๋นเหมียนได้สติกลับมา “เชิญซูตาอิ้งเข้ามา”
ชาติก่อนเวินอวิ๋นเหมียนกับซูตาอิ้งแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกัน มีเพียงคราวแรกที่เข้าเฝ้าฮองเฮา ตอนสนมฉุนเหน็บแนมนาง ซูตาอิ้งได้ช่วยพูดแทนนางไว้
และในชาติก่อน ท่ามกลางความวุ่นวายครั้งใหญ่ในวังหลัง ซูตาอิ้งผู้นี้กลับรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย เวินอวิ๋นเหมียนจึงรู้ว่านางเป็นคนรู้จักเก็บงำความสามารถ มีแผนการอยู่ในใจแต่ไม่ปริปาก
ยามซูตาอิ้งเข้ามา นางแต่งกายเรียบง่ายยิ่ง บนศีรษะมีเพียงปิ่นเงินไม่กี่เล่ม
ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความขลาดเขลาและต่ำต้อย นางเดินอย่างระมัดระวังมาหยุดตรงหน้าเวินอวิ๋นเหมียน ก่อนคำนับทักทาย “น้องหญิงคารวะพี่หญิงว่าน”
