ฉินเจาจับคนยัดขึ้นรถม้าแล้ว ใต้เท้าเจิ้งก็พยายามดิ้นรนกระโดดลงจากรถอยู่หลายครั้ง
เขารู้สึกอยู่ตลอดว่านี่คือรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ปรโลก
ทว่าฉินเจาวางกระบี่ที่พกติดกายไว้ข้างตัว ใต้เท้าเจิ้งเห็นแล้วเหงื่อกาฬก็ผุดเต็มหน้าผาก ไม่กล้าดิ้นรนอีก ได้แต่นั่งตัวลีบอยู่บนรถราวกับคนที่ถูกกลั่นแกล้ง
“ส้มบรรณาการของตระกูลกู้เกิดเรื่องใดขึ้น?” ในที่สุดฉินเจาก็เอ่ยปาก
หัวใจใต้เท้าเจิ้งกระตุกวูบ เดิมทีเขาไม่อยากพูด แต่เมื่อเห็นสายตาของติ้งชินอ๋องก็พลันตื่นตระหนกจนลำคอแห้งผาก
“ทูลท่านอ๋อง วันนี้กระหม่อมตรวจนับสิ่งของบรรณาการ แล้วพบว่าส้มบรรณาการที่ควรส่งไปยังตำหนักไท่เหอขาดหายไป จึงให้คนตรวจสอบ และพบว่าถูกส่งไปยังตระกูลกู้ กระหม่อมจึงมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินเจาใช้มือค้ำศีรษะ ทำท่าทางสงบนิ่งบ่มเพาะอุปนิสัย “ท่านเชื่อคำพูดนี้หรือไม่?”
ใต้เท้าเจิ้งชะงักงัน เขาย่อมเชื่อสิ่งที่ตนพูดอยู่แล้ว
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินเจา เขาก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำส่งเดช
“สิ่งที่กระหม่อมกล่าวล้วนเป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่สนว่าจริงหรือเท็จ ข้าจะบอกท่านเพียงประโยคเดียว เรื่องส้มบรรณาการ ท่านจะกลืนมันลงท้องไปเสีย หรือให้ข้าช่วยทำให้ท่านไม่มีวันได้เอ่ยปากอีก”
ใต้เท้าเจิ้งรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง
ฉินเจาจ้องเขาด้วยดวงตาเรียวยาว “อย่างไร? ท่านไม่ได้ยินคำพูดของข้าหรือ?”
“ได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว...”
แม้ใต้เท้าเจิ้งจะมาทำเรื่องนี้ตามคำสั่งของใต้เท้าเว่ย ราชครูใหญ่ ผู้เป็นบิดาของฮองเฮา
