ใต้เท้าฉียังคิดกำจัดเวินอวิ๋นเหมียนไม่เลิกรา เมื่อเห็นติ้งชินอ๋องกับหน่วยมืดที่ติดตามอยู่ข้างกายล้วนตามติดนางไม่ห่าง ใต้เท้าฉีจึงอดเอ่ยถามไม่ได้ว่า “ท่านอ๋องมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?”
เมื่อมีคนของติ้งชินอ๋องเฝ้าอยู่โดยรอบ เขาก็หาจังหวะลงมือกับกุ้ยเฟยไม่ได้จริง ๆ
ฉินเจามีสีหน้าเย็นชา ชายตามองเขาจากเบื้องสูง “ยามข้าออกศึกถูกไส้ศึกทำร้าย โชคดีที่พวกมันไม่อาจทำสำเร็จ บัดนี้ข้าย่อมต้องกลับไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ใต้เท้าฉีไม่อยากให้ข้ากลับไปพร้อมพวกเจ้าหรือ?”
ใต้เท้าฉีย่อมไม่รู้เรื่องระหว่างฮ่องเต้กับติ้งชินอ๋อง ในเมื่อฉินเจาเอ่ยปากว่าจะกลับไปพร้อมพวกเขา ต่อให้มีความกล้าสักร้อยส่วน เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ
ทว่าเขารู้สึกว่าติ้งชินอ๋องผู้นี้โอหังเกินไป ราวกับในสายตามีเพียงความดูแคลนและเหยียดหยาม
อีกทั้งต่อหน้าฉินเจา ใต้เท้าฉีก็ไม่เคยได้รับการเหลียวแล ความอัปยศเช่นนี้ทำให้ทั้งโกรธทั้งแค้น
แต่ใครใช้ให้ติ้งชินอ๋องมีอำนาจล้นฟ้าเล่า
เขาจึงรีบพยักหน้าประจบ “ข้าน้อยไม่กล้า”
“ในเมื่อไม่กล้า ก็จงตามมาแต่โดยดี”
เมื่อมีฉินเจาร่วมทาง เวินอวิ๋นเหมียนก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อยตลอดการเดินทาง
ฉินเจากับเซียวอิ่งคอยอยู่ข้างกายนางอย่างไม่เร่งไม่ร้อน
เซียวอิ่งเข้าใจความคิดของนายเหนือหัวดี แม้ภายนอกจะดูไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่แท้จริงแล้วสายตาของหน่วยมืดทั้งหลายจับจ้องอยู่ที่เวินอวิ๋นเหมียน
นายเหนือหัวคุ้มครองผู้ใด พวกเขาก็คุ้มครองผู้นั้น
ดังนั้นคนข้างกายฉินเจาจึงถือกันเป็นปกติว่าเวินอวิ๋นเหมียนเป็นนายอีกคนหนึ่ง
เท้าของเวินอวิ๋นเหมียนปวดหนักขึ้น เดิมทีนางเพียงพลิกข้อเท้าเบา ๆ แต่เมื่อครู่เกือบตกหน้าผา จึงพลิกซ้ำอย่างแรง บัดนี้ปวดจนแทบทนไม่ไหว
