ผู้บัญชาการใหญ่ทอดสายตาไปยังที่แห่งหนึ่งด้วยสีหน้าอ่านยาก “ทูลฝ่าบาท คนผู้นั้นสารภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นางสารภาพว่าผู้บงการคืออี้กุ้ยเหรินพ่ะย่ะค่ะ”
ถ้อยคำนี้ทำให้ท้องพระโรงพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้น!
สายตาของฮ่องเต้และไทเฮาต่างจับจ้องไปยังเซียวเจียวเจียว
“เป็นเจ้างั้นหรือ?” จวินเฉินอวี้จ้องนางด้วยแววตาเย็นเยียบ
ทุกคนต่างสูดหายใจเฮือก
เซียวเจียวเจียวถูกจิตสังหารในดวงเนตรของฮ่องเต้ข่มขวัญจนตัวแข็งทื่อ
เสียนเฟยเจ็บปวดรวดร้าว นางไม่รู้จักเซียวเจียวเจียวแม้แต่น้อย เพียงเคยได้ยินชื่อเสียงของนางยามอยู่ตำหนักพักแรมเท่านั้น
“ข้ากับเจ้าไร้ความแค้นต่อกัน เหตุใดจึงลงมือกับโอรสของข้า? คืนบุตรของข้ามา!”
ประกายวาววับพาดผ่านดวงตาของเซียวเจียวเจียว นางรีบคุกเข่าลงอย่างลนลาน ใบหน้าขาวผ่องเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ ฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่เคยสับเปลี่ยนบุตรของเสียนเฟยเหนียงเหนียงเลย หม่อมฉันกับเสียนเฟยไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ อีกทั้งหม่อมฉันก็ไม่มีบุตร ตำแหน่งยังห่างชั้นกับเสียนเฟยมาก ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำร้ายบุตรของนางเพคะ”
โทสะของจวินเฉินอวี้พลุ่งพล่านถึงขีดสุด “หากวันนี้ตามหาองค์ชายกลับมาไม่ได้ เราจะสังหารคนทั้งตระกูลของเจ้าให้ตามไปฝังด้วย!”
“ฮ่องเต้!” เซียวเจียวเจียวตาแดงก่ำ ส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าในใจกลับลิงโลด
นางต้องทำให้ฮ่องเต้กริ้วเสียก่อน เมื่อความจริงเปิดเผยและทรงรู้ว่านางถูกใส่ร้าย พระองค์ย่อมรู้สึกผิดต่อนาง
ก่อนหน้านี้นางได้ลิ้มรสแล้วว่าความรู้สึกผิดของฮ่องเต้จะนำประโยชน์มาให้มากเพียงใด ครานี้นางจะใช้กลอุบายเดิมอีกครั้ง!
ตอนเพิ่งกลับเข้าวัง นางวู่วามและไร้สติยิ่งนัก แต่บัดนี้นางไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
