สตรีผู้มีใบหน้าคุ้นเคยผู้นั้นเดินตามกลุ่มคนไปแล้ว เวินอวิ๋นเหมียนจึงละสายตา ก่อนจะเดินทางไปยังตำหนักฮองเฮาพร้อมกับฉินกุ้ยเหริน
อากาศในตำหนักพักแรมเย็นสบายยิ่งนัก ตลอดทางที่เดินมา ข้างสะพานหินหยกขาวมีต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ทอดเงาเหนือผืนน้ำทะเลสาบตะวันออกซึ่งกว้างไกลสุดสายตา สายลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำ ทำให้ใบบัวไหวเอนเบา ๆ
ฉินปี้เยวี่ยยิ้มพลางโบกพัดกลม ทว่าสายตากลับเย็นชาอย่างยิ่ง “เหนียงเหนียง ได้ยินมาว่าสนมซูฟื้นแล้ว”
เวินอวิ๋นเหมียนรู้ความหมายของนาง “ประจวบเหมาะ เปิ่นกงก็มีเรื่องต้องให้เจ้าช่วยจัดการ”
“เหนียงเหนียงโปรดสั่งมาได้เลย”
ฉินปี้เยวี่ยไม่เคยคิดจะปล่อยให้พี่สาวแท้ ๆ ของตนมีชีวิตอยู่ เมื่อได้ฟังแผนการของเวินอวิ๋นเหมียน ดวงตาคู่งามเย้ายวนก็วูบไหวด้วยแววอำมหิต เผยท่าทีของหญิงงูพิษอย่างเต็มเปี่ยม “สนมหม่อมฉันจำไว้แล้ว”
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนน้องสาวแล้ว”
ตำหนักฮองเฮาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตำหนักพักแรม มีขนาดใหญ่กว่าที่ประทับของเฟยผินคนอื่น ๆ กว่าสองเท่า ทุกแห่งล้วนแสดงถึงความโอ่อ่าภูมิฐานของราชวงศ์
เมื่อเวินอวิ๋นเหมียนกับฉินกุ้ยเหรินมาถึง เฟยผินคนอื่น ๆ ต่างรออยู่ด้านนอกแล้ว
พวกนางได้ยินเสียงฝีเท้า จึงหันไปมอง เห็นนางกำนัลกับขันทีนำทางเข้ามาก่อน จากนั้นสตรีโฉมงามล้ำเลิศในกระโปรงแพรสีเขียวก็เดินตามเข้ามา
มวยผมสูงประดับไข่มุกแวววาวไว้ตรงปลายมวย สวมมงกุฎไข่มุกเส้นไหมทองอำพัน ปักปิ่นทองลายดอกเหมยขับผิวขาวผ่องงดงามให้เด่นยิ่งขึ้น ดูสูงศักดิ์และอ่อนช้อย
สีหน้าของนางสงบนิ่งทั่วร่างแผ่รัศมีของผู้มีอำนาจ
เมื่อเห็นเวินอวิ๋นเหมียนเดินเข้ามา ทุกคนต่างยอบกายถวายคำนับ “ถวายคำนับพระสนมเหวี่ยน”
เสียงประสานกันเป็นระเบียบ แม้แต่ตอนเสียนเฟยเข้ามา เหล่าเฟยผินก็ยังไม่เคยคำนับพร้อมเพรียงเช่นนี้ กล่าวไปแล้วทุกคนต่างมองสถานการณ์ออกชัดเจน ผู้ใดเป็นดวงใจของฮ่องเต้ ย่อมเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง
