เมื่อเห็นบุรุษตรงหน้า ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้ก็เย็นเยียบถึงขีดสุด
ชายชุดดำถูกกดให้คุกเข่าอยู่บนพื้น ทั้งร่างดูอิดโรยผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดุดันยิ่งนัก
นิ้วยาวของจวินเฉินอวี้เคาะลงบนที่เท้าแขน “ยามนั้นเมื่อเจิ้นยังเป็นรัชทายาท เจ้านำคนมาลอบสังหารเจิ้น หากไม่ใช่เพราะเจ้าหนีรอดไปได้ ป่านนี้เจิ้นคงสั่งประหารเจ้าด้วยการแยกร่างด้วยม้าห้าตัวไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าบัดนี้เจ้าจะยังบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าลอบกลับเข้ามาในวังอีกครั้ง”
บุรุษที่ถูกกดเอาไว้ก็คือโจรผู้เลื่องชื่อในอดีต อีกทั้งยังเป็นเศษซากของราชวงศ์ก่อน ภายหลังด้วยความสามารถโดดเด่นจึงยึดครองภูเขาตั้งตนเป็นใหญ่
หากไม่ใช่เพราะหัวหน้าโจรผู้นี้ คนอื่นจะกล้าลอบสังหารรัชทายาทได้อย่างไร?
ชื่อฉื่อเงยหน้ามองจวินเฉินอวี้ “เรื่องในวันนั้น คนที่ข้าต้องการสังหารไม่ใช่ท่าน ต่อให้มอบความกล้าให้ข้าร้อยส่วน ข้าก็ไม่กล้าลอบสังหารรัชทายาทแห่งราชสำนัก!”
จวินเฉินอวี้แสยะยิ้มเย้ยหยัน “อย่างไร ใกล้ตายแล้วถึงกล้าเปลี่ยนคำพูดหรือ? คิดว่าพูดเช่นนี้แล้วเจิ้นจะไว้ชีวิตเจ้าได้หรือ?”
ชื่อฉื่อจ้องจวินเฉินอวี้เขม็ง “ข้าชื่อฉื่อเป็นบุคคลเลื่องชื่อไปทั่วเมืองหลวง ไม่เคยกลัวตาย ยิ่งไม่ยอมเป็นคนขี้ขลาด!”
“ในตอนนั้นข้าต้องการสังหารสตรีผู้หนึ่ง ท่านเพิ่งมาถึงภายหลัง หากข้าคิดจะสังหารท่าน ไฉนจึงลงมือก่อน?”
ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้พลันชะงักค้าง นิ้วยาวเย็นเยียบแข็งกระด้างหยุดเคาะไปด้วย
