เสิ่นเยี่ยนยังไม่ทันได้มองให้ชัด กององครักษ์เงาจันทราก็ลงมือฉับพลัน เสิ่นเยี่ยนรับมืออย่างลนลาน ขณะเดียวกันฉินเจาก็ขว้างกระบี่ในมือออกไป เสียงดังปัง ประตูห้องพลันปิดลงทันที
กระบี่ร่วงลงพื้น ทว่าจุมพิตของเขายังไม่หยุด
มือที่เวินอวิ๋นเหมียนกำเสื้อของเขาไว้กำลังจะคลายออก คิดไม่ถึงว่าฉินเจากลับดันนางไปชิดขอบโต๊ะ
ลมหายใจของเวินอวิ๋นเหมียนปั่นป่วน เอวคอดเอนแอ่นไปด้านหลังเล็กน้อย ฉินเจาจ้องนางด้วยดวงตาชวนลุ่มหลง ทว่าริมฝีปากบางยังคงบดคลึงจุมพิตกับนางอย่างรุกเร้า ราวกับหมายยึดครองทุกสิ่ง
นางไม่เคยเห็นฉินเจาที่กร้าวกระด้างและเอาแต่ใจเช่นนี้มาก่อน เมื่อคิดจะผลักเขาออก กลับถูกเขากุมข้อมือไว้
จนกระทั่งนางถูกจุมพิตเสียจนหายใจไม่ทัน ฉินเจาจึงยอมผละออกอย่างอ้อยอิ่ง
เขาจุมพิตคิ้วตาและแก้มของนางแผ่วเบา
“เหมียนเหมียน มาเป็นฮองเฮาของข้า”
เวินอวิ๋นเหมียนชะงักงัน
ดวงตาเรียวยาวเย็นชาของฉินเจาจับจ้องริมฝีปากที่ถูกจุมพิตจนแดงระเรื่อของนาง
สีสันฉ่ำวาวบนริมฝีปากนั้นเป็นของเขา
เขาชอบยิ่งนัก
ลมหายใจของเขาหนักต่ำ เอ่ยทีละคำว่า “มาเป็นฮองเฮาของข้า ให้กำเนิดรัชทายาทแก่ข้าสักคน แล้วข้าจะมอบใต้หล้านี้ให้บุตรของเรา”
หัวใจของเวินอวิ๋นเหมียนเต้นระรัว
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนผลักฉินเจาออก แล้วกล่าวอย่างแสร้งทำเป็นสงบนิ่งว่า “เมื่อครู่ท่านก็เห็นแล้ว เสิ่นเยี่ยนตามมาถึงที่นี่ ซ้ำจวินเฉินอวี้ก็คงเดาได้ว่าข้าแกล้งตาย หากเขารู้ว่าข้าเป็นฮองเฮาของท่าน ท่านคิดว่าเทียนเฉากับแคว้นเหนือจะไม่ก่อศึกกันอีกหรือ?”
นิ้วของฉินเจาลูบไล้กลีบปากนาง สายตาจับจ้องลำคอขาวผ่องเรียวยาว เขาอยากประทับร่องรอยของตนไว้บนร่างนาง
