ขณะที่หนิงซวงเสวี่ยกำลังเตรียมพุ่งเข้าไป เพื่อจงใจให้สุนัขกัดนาง จู่ ๆ ร่างของนางก็ถูกใครบางคนชนอย่างแรง จนล้มลงกับพื้น
ยามนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยคลุ้มคลั่งแล้ว มันแยกเขี้ยวพุ่งเข้ามา
เหล่าขันทีน้อยคล้ายจงใจ ไม่ได้ขับไล่มันอย่างจริงจัง ปล่อยให้เจ้าจิ้งจอกน้อยสบช่อง แล้วพุ่งเข้ากัดทันที!
“อ๊ะ!”
ทุกคนที่กำลังแตกตื่นต่างหันมามอง ก็เห็นฉินผินนอนหน้าซีดอยู่บนพื้น
ลั่วเยี่ยนตกใจจนใบหน้าขาวซีด “เหนียงเหนียง!”
เมื่อเห็นบาดแผลของตน ฉินผินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังดีที่มันกัดนาง อย่างไรก็ดีกว่ากัดหนิงซวงเสวี่ยผู้นี้
“รีบไปตามหมอหลวง!”
หนิงซวงเสวี่ยมีแววตาตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะเข้ามาขวางอยู่ตรงหน้านาง
บัดซบ! กลับมาทำลายแผนของนางเสียได้!
ทว่าหนิงซวงเสวี่ยปวดศีรษะอย่างหนัก ยามเหลือบมองอย่างยากลำบาก ก็เห็นรอยเลือดเป็นหย่อมหนึ่งบนก้อนหินที่นางกระแทกเข้า
ในจังหวะที่กำลังชุลมุน โม่ลี่ก็รีบวิ่งเข้ามา “เลือดหรือ? คุณหนู คุณหนูไม่เป็นไรใช่หรือไม่...”
สุนัขถูกคนใช้ตาข่ายจับเอาไว้แล้ว
หนิงซวงเสวี่ยเวียนศีรษะยิ่งนัก
ในยามนั้นเอง เสียงของท่านกงกงลู่พลันดังขึ้น “ฮ่องเต้เสด็จ!”
จวินเฉินอวี้เพิ่งมาถึง ก็เห็นสวนหลวงอยู่ในสภาพโกลาหล ฉินผินบาดเจ็บสาหัสที่สุด ทว่าจวินเฉินอวี้กลับมองหนิงซวงเสวี่ยเป็นอันดับแรก เขารีบก้าวเข้าไปหา “ซวงเสวี่ย?”
หนิงซวงเสวี่ยสะอื้นไห้ นางไม่สนใจศีรษะที่บาดเจ็บ มือจับแขนเสื้อของจวินเฉินอวี้ไว้แน่น “ท่านพี่ สุนัขตัวนั้นน่ากลัวยิ่งนัก มัน...มันคล้ายคลุ้มคลั่งแล้วพุ่งเข้ามาจะกัดหม่อมฉัน เป็นเหนียงเหนียงฉินผินที่เข้ามาขวาง แขนของเหนียงเหนียงฉินผินถูกกัดจนเลือดไหล...”
