หากแผนการของนางสำเร็จ วังหลังคงต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ผู้ที่เสนอแผนนี้ให้สนมซูได้ มีเพียงอวี้กุ้ยเหรินเท่านั้น
ทว่าสตรีผู้นี้ฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินไป ทุกครั้งที่ลงมือทำสิ่งใด นางล้วนปัดความเกี่ยวข้องของตนออกไปจนหมด คิดจะจับผิดนางจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ลองคำนวณดูแล้ว อีกไม่นานวังหลังก็คงเกิดคลื่นลมลูกใหญ่
ยามค่ำคืนมาเยือน จวินเฉินอวี้ยังคงเสด็จมาศาลามู่ตาน
เรื่องนี้นับเป็นเรื่องน่าตกตะลึงอย่างยิ่งสำหรับเหล่าพระสนมในวัง อย่างไรเสีย บัดนี้สูกุ้ยเหรินกำลังตั้งครรภ์ ย่อมควรเป็นคนสำคัญที่สุด แต่ใครจะคิดว่าฮ่องเต้ยังถูกเวินอวิ๋นเหมียนช่วงชิงพระทัยไปได้
ยามเวินเล่อเยียนได้ข่าว นางกำลังประจบสนมซูอยู่ในตำหนักเหยียนซี พอได้ยินก็เดือดดาลขึ้นมาทันที “ไม่รู้จริง ๆ ว่าเวินอวิ๋นเหมียนดีตรงไหน ฮ่องเต้ถึงได้ใส่ใจนางถึงเพียงนี้”
ในใจสนมซูก็ไม่สบายใจเช่นกัน สิ่งที่นางใส่ใจที่สุดมิใช่เกียรติยศเงินทอง หรือฐานะกุ้ยเฟยและฮองเฮา นางสนใจเพียงว่าภายในพระทัยของฮ่องเต้มีผู้ใดอยู่
แต่ยามนี้ฮ่องเต้เสด็จมาประทับค้างคืนในตำหนักของนางไม่บ่อยนัก เกรงว่าคงถูกหญิงแพศยาเวินอวิ๋นเหมียนช่วงชิงพระทัยไปจริง ๆ
ทว่าอวี้กุ้ยเหรินกลับไม่มีใจจะปลอบสนมซูแม้แต่น้อย นางเพียงมองสนมซูด้วยดวงตาที่คลอหยาดน้ำตาแล้วเอ่ยว่า “เหนียงเหนียง น้องสาวของหม่อมฉัน...”
สนมซูกำลังหงุดหงิดอยู่แล้ว ครั้นเห็นอวี้กุ้ยเหรินตาแดงก่ำ วิงวอนนางไม่หยุด ก็ยิ่งรำคาญใจ “พอเถิด เจ้าเอาแต่พร่ำบ่นต่อหน้าเปิ่นกงมานานเท่าไรแล้ว ร้องห่มร้องไห้เช่นนี้มีสภาพอันใดกัน”
