เวินอวิ๋นเหมียนรู้สึกว่าหัวใจแทบจะกระดอนออกมาจากลำคอ
แต่ถึงอย่างนั้น นางก็รู้ว่าในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้จะเสียขวัญไม่ได้ จึงอธิบายอย่างสงบนิ่ง
“นี่คือเสื้อผ้าที่หม่อมฉันจัดเตรียมไว้ให้จ้านหัวในคืนนี้ หม่อมฉันได้ยินมาว่าคืนนี้ในวังเกิดความวุ่นวาย ไทเฮาทรงมีรับสั่งไม่ให้ผู้ใดออกไป หม่อมฉันจึงคิดว่าอาจมีขบถบุกเข้ามาในวัง”
“หม่อมฉันกลัวว่าไฟสงครามจะทำอันตรายหัวเอ๋อร์ จึงคิดจัดเก็บข้าวของของนาง แล้วส่งมาไว้ข้างพระวรกายของฮ่องเต้เป็นการชั่วคราว”
“เมื่อมีเสด็จพ่อของหัวเอ๋อร์คอยคุ้มครอง หม่อมฉันถึงจะวางใจได้เพคะ”
แววตาของจวินเฉินอวี้ลุ่มลึก เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าเวินอวิ๋นเหมียน “เราจะคุ้มครองลูกสาวของเรา และจะคุ้มครองเจ้าด้วย”
เวินอวิ๋นเหมียนเอนกายซบอกเขาตามจังหวะ “ขอบพระทัยฮ่องเต้เพคะ”
จวินเฉินอวี้ทอดสายตาลุ่มลึกไปยังห่อสัมภาระ ประกายความนัยวูบผ่านนัยน์ตาอย่างรวดเร็ว ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงหันกลับมากอดนางไว้
เมื่อฟ้าสาง จวินเฉินอวี้ก็ออกจากตำหนักเหยาหวาไปแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนลุกขึ้น อวิ๋นหย่างกับอวิ๋นเฟยก็รีบเข้ามาทันที
นึกไม่ถึงว่าทั้งวังจะตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนต่างหวาดกลัวจนถึงขีดสุด กองทหารราชวังออกลาดตระเวนคุ้มกันทั่วเขตพระราชฐาน
ส่วนกู้เว่ยหลันก็นำทัพเปิดศึกกับกองทัพของฉินเจาอีกครั้ง!
เสียงปืนใหญ่ดังมาจากบริเวณห่างจากเมืองหลวงไม่ไกล เสียงนั้นส่งมาถึงพระราชวังได้อย่างง่ายดาย
เสียงกึกก้องดังกระหึ่มเหนือพระราชวัง สะเทือนขวัญผู้คนจนหัวใจแทบหยุดเต้น
เหล่าสนมในวังหลังต่างหวาดกลัวยิ่งนัก พวกนางไม่รู้ว่าศึกครั้งนี้ฝ่ายใดจะชนะ รู้เพียงว่าหากกองทัพของฉินเจาบุกเข้ามาได้จริง พวกนางทุกคนก็จะกลายเป็นสนมของแคว้นที่ล่มสลาย
นับแต่โบราณมา สนมของแคว้นที่พ่ายแพ้ผู้ใดบ้างมีจุดจบดี?
สำหรับพวกนางแล้ว เรื่องนี้ย่อมชวนให้หวาดหวั่นอย่างยิ่ง
สนมจำนวนมากจึงเริ่มเก็บข้าวของ หากกองทัพยงฝ่าประตูวังเข้ามาได้ ต่อให้ต้องฝ่ากองเพลิงสงคราม พวกนางก็จะหนีออกไปให้ได้
หากอยู่ในวังต่อไป ใครจะรู้ว่าจะต้องเผชิญกับการทรมานเยี่ยงใด
