ฉงอิน
“หยกพิธีบวงสรวงฟ้า เชื้อสายสูงศักดิ์ กิ่งทองใบหยก สืบทอดยาวนานไม่ขาดสาย เหมียนเอ๋อร์ชอบชื่อนี้หรือไม่?”
หัวใจของเวินอวิ๋นเหมียนเต้นรัว “ฝ่าบาท ความหมายของสองคำนี้หนักหนาเกินไป ทั้งยังผิดธรรมเนียม ควรเป็นโอรสสายตรงในครรภ์ของฮองเฮาเหนียงเหนียงจึงจะคู่ควรกับชื่อนี้”
จวินเฉินอวี้แย้มพระโอษฐ์ “ในใจเรา บุตรของเหมียนเอ๋อร์ล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติ ชื่อใดก็ล้วนคู่ควรทั้งสิ้น”
เวินอวิ๋นเหมียนหลุบตาลง ก่อนจะได้ยินจวินเฉินอวี้ตรัสว่า “เรายังตั้งชื่อให้องค์หญิงไว้ด้วย”
เวินอวิ๋นเหมียนชะงักเล็กน้อย ชาตินี้ชะตากรรมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เด็กในครรภ์จะยังเป็นเฉิงอี้เช่นในชาติก่อนหรือไม่? หากเป็นองค์หญิงเล่า?
เวินอวิ๋นเหมียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นจวินเฉินอวี้เขียนอักษรสองคำว่าเยี่ยหนิงลงไป
“องค์หญิงของเรากับเหมียนเอ๋อร์ควรเปล่งประกายดุจหยกงาม สูงส่งสง่างาม อีกทั้งเรายังหวังว่าการประสูติของนางจะทำให้ใต้หล้าสงบสุข ร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้น นอกจากชื่อเยี่ยหนิงแล้ว เรายังคิดจะประทานนามบรรดาศักดิ์จ้านหัวให้องค์หญิงด้วย”
ดวงตาของเวินอวิ๋นเหมียนเป็นประกาย “จวินเยี่ยหนิง องค์หญิงจ้านหัว...”
“ดีเหลือเกิน” นางเองก็ชอบมาก
แต่เวินอวิ๋นเหมียนกลับยิ้มกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงอุตส่าห์ตั้งชื่อไว้ตั้งหลายชื่อ สุดท้ายกลับได้ใช้เพียงชื่อเดียว”
จวินเฉินอวี้พาเวินอวิ๋นเหมียนไปนั่งสนทนาบนตั่งนุ่ม เขาเลิกคิ้วอย่างเกียจคร้าน มองหญิงสาวรูปร่างบอบบางตรงหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ที่จริงเราอยากให้เหมียนเอ๋อร์ให้กำเนิดโอรส หากเป็นเช่นนั้น ชีวิตนี้เหมียนเอ๋อร์ก็จะมีที่พึ่ง”
คราวก่อนตอนเสียนเฟยกับสนมซูคลอดบุตร เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเช่นนั้น เขาไม่กล้าจินตนาการว่าจะเกิดขึ้นกับเหมียนเอ๋อร์
แต่หากรับโอรสผู้อื่นมาเลี้ยง อย่างไรก็ยังมีมารดาผู้ให้กำเนิดกับเหมียนเอ๋อร์ที่เป็นมารดาบุญธรรม มิสู้ให้กำเนิดโอรสเองตั้งแต่แรก
