โม่ลี่เดินเข้ามาในตอนนั้น แล้วเบียดเหมิงชุนไปอยู่ข้าง ๆ ก่อนถามอย่างสงสัยว่า “คุณหนูจะไปเข้าเฝ้าผู้ใดหรือเจ้าคะ?”
หนิงซวงเสวี่ยเลิกคิ้ว “ยามนี้ข้ายังไม่มีรากฐานในวัง ย่อมต้องหาที่พึ่ง ฮองเฮาเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว นางเองก็คงชิงชังกุ้ยเฟยยิ่งนัก”
โม่ลี่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คุณหนูพูดถูกแล้ว เพียงแต่ยามนี้ฮองเฮาไม่พบผู้ใด ได้ยินว่าหลังจากประสูติแล้วพระวรกายค่อนข้างอ่อนแอ ปกติจะต้องพักผ่อนในยามค่ำคืนจนรู้สึกดีขึ้น จึงจะให้เหล่าสนมไปตำหนักเฟิ่งอี๋ได้”
หนิงซวงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง “เช่นนั้นก็ไปดูองค์ชายสามก่อน”
หนิงซวงเสวี่ยเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ไอขึ้นมา โม่ลี่เห็นเช่นนั้นจึงเกลี้ยกล่อมว่า “คุณหนู ท่านติดหวัดแล้ว มิสู้พักสักหลายวัน รอให้ร่างกายแข็งแรงแล้วค่อยไปดีหรือไม่เจ้าคะ?”
เหมิงชุนกล่าวว่า “คุณหนู เมื่อวานท่านให้บ่าวไปจัดการเส้นสายไว้แล้ว หากวันนี้ไม่ไป เกรงว่าคราวหน้าจะไม่ได้พบองค์ชายสามกับคนอื่น ๆ ง่ายนักเจ้าค่ะ”
หนิงซวงเสวี่ยขมวดคิ้ว พลางคิดว่าเด็กก็ไม่ใช่ลูกของตน ต่อให้มีไข้ติดหวัด แล้วแพร่เชื้อไปให้เด็กจะเป็นไรไป
อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ลูกที่นางคลอดเอง
แต่เรื่องนี้จะทำให้แผนการของนางล่าช้าไม่ได้
ถึงอย่างไร การติดสินบนคนในตำหนักจินหลวนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
นางต้องได้พบแม่นมเหล่านั้น ทำความเข้าใจองค์ชายสามให้ดี จึงจะมีโอกาสแย่งองค์ชายสามมาอยู่ข้างกาย
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หนิงซวงเสวี่ยก็เอ่ยว่า “พอแล้ว รีบไปดูองค์ชายสามกันเถิด อีกอย่าง เจ้าไปเรียกฉางจ้ายเหอที่มาประจบข้าเมื่อหลายวันก่อนมาด้วย”
