ยามราตรีมาเยือน หนิงซวงเสวี่ยรอจวินเฉินอวี้อยู่ในวัง เพื่อร่วมโต๊ะเสวย ทว่ารออยู่พักหนึ่งก็ยังไม่เห็นเขามา นางจึงเดินวนไปมาเพียงลำพัง
“เหมิงชุน เจ้าไปดูทีว่าฮ่องเต้ทรงติดธุระอันใด เหตุใดจึงยังไม่เสด็จมาอีก?”
เหมิงชุนออกไปเชิญฮ่องเต้คราหนึ่ง ครั้นกลับมาก็กล่าวว่า “ทางฝ่าบาททรงมีพระราชกิจยุ่งมาก บ่าวเองก็ไม่ได้พบพระองค์เพคะ”
หนิงซวงเสวี่ยโกรธจนแทบทนไม่ไหว นางรออยู่นานก็ยังไม่เห็นฮ่องเต้มาเสียที สุดท้ายเหมิงชุนจึงยกถ้วยยาต้มเข้ามาส่งตรงหน้า “หลายวันนี้คุณหนูเหน็ดเหนื่อยเกินไป อีกทั้งยังนอนไม่หลับ ใบหน้าจึงดูซูบโทรมลงไม่น้อย ดื่มน้ำแกงโสมบำรุงร่างกายสักหน่อยเถิดเพคะ”
หนิงซวงเสวี่ยชะงักไป เมื่อเหมิงชุนเอ่ยเช่นนี้ นางจึงสังเกตเห็นว่าตนดูอิดโรยลงไม่น้อยจริง ๆ “หรือฮ่องเต้ไม่เสด็จมา เพราะทรงเห็นว่าวันนี้ข้าไม่งดงามพอ?”
“เจ้าว่าเมื่อข้าได้พบฮ่องเต้วันนี้ ข้ายังดูงดงามอยู่หรือไม่?”
เหมิงชุนเม้มริมฝีปาก ยิ่งนางเป็นเช่นนี้ หนิงซวงเสวี่ยก็ยิ่งกระวนกระวายใจ ครั้นเห็นถ้วยยาต้ม นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมด
“ช่างเถิด ฮ่องเต้ทรงยุ่งกับราชกิจ วันนี้ไม่เสด็จก็แล้วไป พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน อีกอย่างพรุ่งนี้ข้าก็อยากไปตำหนักจินหลวนเพื่อดูองค์ชายสามพอดี”
นางอยากชิงเด็กมาไว้กับตน ก็จำเป็นต้องเข้าใกล้เด็ก ๆ ให้มากขึ้น
มีเพียงเช่นนี้ ฮ่องเต้จึงจะหวั่นไหวเพราะนาง
“เพคะ คุณหนูรีบพักผ่อนเถิด”
……
ตำหนักเหยาหวา
ใต้แสงเทียน เวินอวิ๋นเหมียนสวมอาภรณ์สีแดงชาด หลายวันนี้จวินเฉินอวี้ไม่ได้เสด็จมาหานาง ข้าวของภายในตำหนักเหยาหวาจึงไม่หรูหราเช่นแต่ก่อน
แม้แต่โคมหมิงหวงที่เคยใช้ ก่อนนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเทียนไขธรรมดา
