เวินอวิ๋นเหมียนเผยสีหน้าสับสน “หม่อมฉันไม่ทราบว่าทำผิดสิ่งใด เหตุใดจึงต้องคุกเข่าเพคะ?”
เหล่าสนมที่อยู่ด้านข้างต่างก็เผยสีหน้าฉงน
ในวังแห่งนี้ ผู้ที่รู้เรื่องราวในอดีตของฮ่องเต้ นอกจากฮองเฮาก็มีเพียงสนมซู ส่วนคนอื่นล้วนไม่รู้เรื่อง
ย่อมไม่รู้เช่นกันว่า พระสนมเหวี่ยนซึ่งเมื่อครู่ยังได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ บัดนี้ทำผิดสิ่งใด จึงทำให้ฮองเฮากับกุ้ยเฟยกริ้วถึงเพียงนี้
ฮองเฮายกมุมปากขึ้น ยามนี้นางควรซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังกุ้ยเฟยจะดีกว่า
ถึงอย่างไรพระสนมเหวี่ยนก็เป็นสนมคนโปรดของฮ่องเต้ แม้นางเชื่อมั่นว่าสตรีในวังล้วนมีแต่ความโปรดปรานหาได้มีความรักไม่ แต่หากนางเป็นฝ่ายเริ่มลงมือจัดการสนมคนโปรด ฮ่องเต้อาจทรงเสียพระทัยภายหลัง แล้วระบายโทสะใส่นางก็เป็นได้
ภาพลักษณ์ภรรยาผู้เพียบพร้อมที่รักษามาตลอดหลายปี นางต้องประคองไว้ให้มั่น
ส่วนสนมซูนั้น มักเป็นผู้ที่ออกหน้าจัดการเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ
เมื่อเห็นว่าเวินอวิ๋นเหมียนมีท่าทีแข็งกร้าว ไม่คิดคุกเข่ารับผิด สนมซูจึงสั่งทันที “คนมา ลากตัวพระสนมเหวี่ยนออกไป…”
ยังไม่ทันกล่าวจบ จวินเฉินอวี้ก็ตรัสขึ้นในที่สุด “หยุดมือ!”
พระเนตรเย็นเยียบ “กุ้ยเฟยกล้ารับสั่งแทนเราด้วยหรือ?”
สนมซูชะงักไป ก่อนก้าวเข้าไปออดอ้อน “ฮ่องเต้ หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ เพียงแต่พระสนมเหวี่ยนลบหลู่พระองค์ ทั้งยังทำให้พระองค์กริ้ว พระองค์ยังจะปกป้องนางอีกหรือเพคะ?”
ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้เย็นชาเฉียบคม “ผู้ใดบอกว่าพระสนมเหวี่ยนลบหลู่เรา?”
ฮองเฮากับสนมซูต่างหน้าเปลี่ยนสี
เวินอวิ๋นเหมียนแย้มยิ้มอยู่ในใจ ทว่ากลับแสร้งทำดวงตาแดงก่ำ ดูน่าสงสารจับใจ “ฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำผิดสิ่งใดเพคะ”
จวินเฉินอวี้ทอดพระเนตรนางด้วยความเอ็นดู เวินอวิ๋นเหมียนจึงได้เห็นว่าหางพระเนตรของเขาแดงก่ำ “เจ้าไม่ได้ทำผิด วันนี้จัดการเรื่องได้ถูกใจเรายิ่งนัก”
สนมซูไม่ยินยอม “ฮ่องเต้ นาง…”
