ตำหนักเฟิ่งอี๋
หลังฮองเฮาจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมเสด็จขึ้นรถประทับ ทว่าไม่คาดว่าซั่วชุนจะรีบเดินเข้ามาเสียก่อน
“ฮองเฮาเหนียงเหนียง คนจากตำหนักเหยาหวามารายงานว่า พระสนมเหวี่ยนไปตำหนักเป่าหวาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อรับหน้าที่แทนหรงเฟยและจัดการพิธีบวงสรวงเพคะ”
ฮองเฮาเลิกคิ้ว “หรงเฟยจงใจเอาใจพระสนมเหวี่ยนสินะ”
ซั่วชุนเอ่ยเสียงเบา “ยังมีอีกเรื่องเพคะ ได้ยินคนจากตำหนักเป่าหวาบอกว่า พระสนมเหวี่ยนนำภาพวาดของอดีตฮ่องเต้ไปแขวนไว้กลางท้องพระโรง”
สีหน้าฮองเฮาพลันเปลี่ยนไป “เจ้าว่าอะไรนะ?”
คืนที่อดีตฮ่องเต้สวรรคต พระองค์เคยเรียกฮ่องเต้ซึ่งยังเป็นองค์รัชทายาทเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ หลังจากนั้นก็มีเสียงโต้เถียงดังออกมาจากด้านใน
ต่อมาในช่วงประกอบพิธีศพ ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า คืนนั้นอดีตฮ่องเต้ตั้งพระทัยจะปลดองค์รัชทายาท เพียงแต่มิทันได้มีพระราชโองการก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน
ด้วยเหตุนี้ ยามฮองเฮาจัดการกิจธุระของตำหนักเป่าหวา จึงไม่กล้าให้ผู้ใดนำภาพวาดของอดีตฮ่องเต้ไปแขวนไว้
ไม่คิดเลยว่าเวินอวิ๋นเหมียนจะกล้าตัดสินใจเองโดยพลการ
ทว่าความขุ่นเคืองมีอยู่เพียงครู่เดียว ฮองเฮาก็สงบลง ก่อนจะแย้มยิ้มอย่างลึกลับ
ซั่วชุนถาม “เหนียงเหนียง จะให้บ่าวส่งคนไปตำหนักเป่าหวาสักเที่ยวหรือไม่เพคะ ฮ่องเต้ยังไม่เสด็จกลับจากท้องพระโรง คิดว่ายังทันดึงภาพวาดของอดีตฮ่องเต้ลงมา”
ฮองเฮาแค่นเสียงเย็น “ยามนี้นางกำลังได้ใจ ทว่าตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนม ฮ่องเต้ก็เสด็จไปแต่ตำหนักของกุ้ยเฟยซู ไม่เคยเสด็จมาวังหลังอีกเลย พระสนมเหวี่ยนคงร้อนใจไม่น้อย จึงรีบแสดงความสามารถต่อหน้าฮ่องเต้”
