ในช่วงหลายวันนี้ เวินอวิ๋นเหมียนเองก็มีเรื่องที่ต้องจัดการ จึงไม่ได้ใส่ใจนักว่าจวินเฉินอวี้จะมาหานางหรือไม่
อย่างไรเสีย ในใจของเวินอวิ๋นเหมียนก็ไม่ได้มีจวินเฉินอวี้อยู่มากมาย
แต่เมื่อนางเป็นพระสนมของจวินเฉินอวี้ ก็ย่อมไม่อาจทำตามใจตนเองได้ จำต้องเชื่อฟังเขา
นี่คือสิ่งที่ทำให้สตรีของฮ่องเต้แตกต่างจากภรรยาของบุรุษสามัญ สตรีอื่นยามโกรธย่อมแสดงสีหน้าไม่พอใจต่อสามี หรือกระทั่งขอแยกทางได้
ทว่าสตรีของฮ่องเต้ไม่อาจขัดพระทัยฮ่องเต้ได้ ต่อให้โกรธเพียงใดก็ต้องเชื่อฟัง
ดังนั้น เมื่อจวินเฉินอวี้มาร่วมมื้ออาหารกับนาง เวินอวิ๋นเหมียนก็ยังคงแสดงท่าทีดีใจ
“หลายวันนี้เรายุ่งอยู่บ้าง จึงละเลยเจ้าไป เหมียนเอ๋อร์ได้ออกไปเดินเล่นบ้างหรือไม่?”
เวินอวิ๋นเหมียนยิ้มพรายแล้วพยักหน้า ใบหน้างามอ่อนเยาว์เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน “ออกไปเดินมาแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่เคยออกจากเมืองหลวง ยามนี้ได้อยู่ในเมืองผิงหยาง กลับรู้สึกว่ามีทิวทัศน์งดงามแปลกตาอยู่ไม่น้อย”
ในสายตาจวินเฉินอวี้ เหมียนเอ๋อร์มีนิสัยอ่อนโยนว่าง่ายมาโดยตลอด
เขารู้สึกยินดีนัก
ขณะกำลังสนทนากัน สู่ขุยก็เดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมรอยยิ้ม “ถวายบังคมฮ่องเต้ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง บ่าวเห็นเกล็ดหิมะโปรยปรายอยู่ด้านนอกเมื่อครู่ เหนียงเหนียงโปรดหิมะที่สุด จะออกไปชมสักหน่อยหรือไม่เพคะ”
เวินอวิ๋นเหมียนเดินไปข้างหน้าต่าง พอเปิดออกก็เห็นว่าด้านนอกมีเกล็ดหิมะโปรยปรายจริง ๆ
นึกไม่ถึงว่าเมืองผิงหยางจะหนาวกว่าเมืองหลวงถึงเพียงนี้ ที่เมืองหลวงคงเพิ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเท่านั้น
รอจนฤดูใบไม้ผลิมาเยือนอีกครั้ง ก็จะได้เห็นดอกอวี้หลันผลิบาน
ทุกปี ช่วงที่ดอกอวี้หลันบานสะพรั่งเป็นเวลาที่นางตั้งตารอคอยที่สุด
จวินเฉินอวี้เดินเข้ามาจากด้านหลัง โอบเอวนางไว้แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ทิวทัศน์หิมะของเมืองผิงหยางก็งดงามไปอีกแบบ รอเราจัดการเรื่องทางนี้เสร็จ จะพาเหมียนเอ๋อร์ออกไปเดินเล่นทั่วทุกแห่ง ชมทิวทัศน์ที่นี่ให้ทั่วแล้วค่อยกลับเมืองหลวงก็ยังไม่สาย”
เวินอวิ๋นเหมียนพยักหน้า เอนกายพิงข้างตัวจวินเฉินอวี้อย่างอ่อนโยน
