ภายใต้การระดมยิงอย่างบ้าคลั่งของเรือรบยิงดาว ดาวทั้งดวงถูกทำลายจนสิ้นซาก จมหายไปในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
แต่ใครเล่าจะคาดคิด!
ชั่วขณะที่กระสุนปืนใหญ่กำลังจะพุ่งชนโรงซ่อนเครื่องกล【อยากมาก็มาไม่อยากมาก็ช่าง】 โรงซ่อมโทรม ๆ กลับเปิดช่องกระโดดข้ามอวกาศขึ้นมาตรงนั้นทันที แล้วถอนตัวหนีไปในพริบตา หลบการโจมตีที่สามารถทำลายฟ้าดินได้อย่างหวุดหวิด
รอดตายอีกแล้ว!
ฉูหลิงเยว่รู้สึกราวกับกำลังฝัน ยิ่งได้เห็นกับตาตัวเองก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ “ของแบบนี้บินได้ด้วยเหรอ?!!!”
มองไปทางไหนก็เห็นแต่กำแพงดินกับแผ่นเหล็ก สัมผัสได้ถึงความขัดสนทั้งข้างในข้างนอก แต่คลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากรอบตัวมันกลับบ่งบอกชัดเจนว่า นี่คือเรือรบอวกาศชั้นยอดที่มีความสามารถพรางตัว แถมยังติดตั้งเทคโนโลยีกระโดดข้ามอวกาศระดับสูงไว้ในตัว!
สมบัติล้ำค่าขนาดนี้กลับปลอมตัวเป็นโรงซ่อมแซมแสนซอมซ่อบนดาวร้างอย่างเปิดเผย อยู่แบบนี้มาตลอดสิบหกปีเต็ม!
สิบหกปีเชียวนะ!!!
ดี ดี ดี เธอก็ว่าอยู่แล้วว่าที่อาจารย์เฝ้าโรงซ่อมโทรม ๆ นี่ไม่ยอมไปไหนมันชวนให้สงสัย ที่แท้เจ้าของเก่าก็เจ้าเล่ห์ไม่เบา
ท่ามกลางห้วงอวกาศอันลึกล้ำไร้ขอบเขต เรือรบยักษ์ที่เคยปลอมตัวเป็นโรงซ่อมกำลังเคลื่อนผ่านไปด้วยมุมเฉียงอันแปลกพิสดาร หลบเลี่ยงจุดตรวจการณ์ระหว่างดวงดาวที่เรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง
อาจารย์ใจดำพิงผนังห้องโดยสาร ยกมือขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโยนถุงผ้าขาด ๆ ใบหนึ่งไปทางฉูหลิงเยว่
ฉูหลิงเยว่รับถุงไว้ตามสัญชาตญาณ ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วก็หนักเอาเรื่อง พอคลี่ปากถุงออกดูก็เห็นศิลาอวกาศชั้นพิเศษสิบก้อนนอนนิ่งอยู่ข้างใน แต่ละก้อนใสแวววาว เปล่งประกายสีน้ำเงินเข้มระยิบระยับ ดูหรูหราเป็นอย่างยิ่ง
ข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีคือ สกุลเงินที่ใช้กันทั่วอวกาศคือเหรียญดาว เหรียญดาวหนึ่งเหรียญมีค่าเท่ากับศิลาอวกาศหนึ่งก้อน
หุ่นยนต์ในครัวเรือนกับยานพาหนะที่ใช้ในชีวิตประจำวันต่างก็ใช้ศิลาอวกาศเป็นพลังงาน ศิลาอวกาศที่หมุนเวียนทั่วไปในตลาดคือชนิดชั้นต่ำและพบได้ดาษดื่น นอกจากนี้ยังมีศิลาอวกาศชั้นสูงและศิลาอวกาศชั้นพิเศษ
ศิลาอวกาศชั้นสูงหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับศิลาอวกาศชั้นต่ำหนึ่งหมื่นก้อน หรือหนึ่งหมื่นเหรียญดาว
ส่วนศิลาอวกาศชั้นพิเศษหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับศิลาอวกาศชั้นต่ำหนึ่งร้อยล้านก้อน หรือหนึ่งร้อยล้านเหรียญดาว
จนอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ก็รวยขึ้นมาแบบนี้มันชวนให้สงสัยมากนะ รู้ตัวไหม? ฉูหลิงเยว่ถือศิลาอวกาศไว้ รู้สึกเหมือนมันร้อนมือขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ในใจก็สังหรณ์ไม่ดี “อาจารย์คงไม่ได้แอบย่องเข้าไปในรังเก็บสมบัติของหัวหน้าโจรอวกาศระดับเอสเอสเอสสักคน แล้วปล้นเขามาหรอกนะ?”
ได้ยินดังนั้น อาจารย์ใจดำก็เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “อาจารย์ขายข่าวไปข่าวหนึ่ง ได้เงินค่าขนมมาให้เธอ เอาไปใช้เล่นหุ่นรบเถอะ”
ฉูหลิงเยว่โล่งอก แอบดีใจว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้ไปปล้นกองกำลังโจรอวกาศ ไม่อย่างนั้นคงต้องโดนพวกอาชญากรสิ้นคิดทั้งน่านน้ำโจรสลัดดวงดาวไล่ล่าไม่เลิกรา
ความคิดเพิ่งผุดขึ้น เธอก็พลันได้สติขึ้นมาทันที สีหน้าซีดเผือดในพริบตา: นาย! พูด! ว่า! อะ! ไร! นะ?
กองเรือของสหพันธ์ระหว่างดวงดาวที่ถล่มยิงไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมนั่น นายเป็นคนเรียกมาเหรอ? ล้อเล่นระดับข้ามดวงดาวหรือไง!!!
อย่างมากโจรอวกาศก็แค่รวมกลุ่มตะลุมบอนกัน ส่วนกองทัพประจำการของสหพันธ์ที่มีเรือรบยิงดาวอยู่ในมือ แถมยังทำลายดาวเคราะห์ได้ง่าย ๆ นั้น รับมือยากกว่าโจรอวกาศป่าเถื่อนเป็นร้อยเท่า
ฉูหลิงเยว่รู้อยู่แล้วว่าอาจารย์เชื่อถือไม่ได้ เพราะคนปกติที่ไหนจะไปอยู่ในน่านน้ำโจรสลัดดวงดาว ใช้ชีวิตอยู่กับพวกอาชญากรสิ้นคิดเป็นฝูง
แต่เธอไม่คิดเลยว่าจะเหลือเชื่อได้ขนาดนี้! ถึงกับกล้าไปหาเรื่องสหพันธ์ระหว่างดวงดาว จนอีกฝ่ายถูกบีบให้ส่งเรือรบยิงดาวบุกมาถึงน่านน้ำโจรสลัดดวงดาวที่ไม่มีใครดูแล เพื่อโจมตีแบบไม่เลือกหน้า!
ฉูหลิงเยว่รู้สึกว่าอาจารย์กำลังซุ่มทำเรื่องใหญ่บางอย่างอยู่
ภายในเรือแม่ทัพท่ามกลางอวกาศอันลึกล้ำเงียบสงัด แสงเย็นเยียบระยิบระยับลอยล่องอยู่ในห้องโดยสาร อาจารย์เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงไม่แหบพร่าเหมือนแต่ก่อน หากทุ้มต่ำราวกับเสียงเปียโนกระซิบอยู่ข้างหู “ของขวัญวันเกิดอายุสิบหก ไม่ชอบเหรอ?”
อาจารย์เงยหน้ามองไปทางดาวเอ็กซ์หนึ่งหนึ่งเจ็ด ซึ่งเคยถูกปืนใหญ่จากเรือรบยิงดาวถล่มจนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ “ดอกไม้ไฟจากเรือรบยิงดาวสามลำข้างนอกยังไม่อลังการพออีกหรือไง?!”
พูดจบ เธอก็ยกมือเช็ดคราบน้ำมันเครื่องที่พอกอยู่บนใบหน้ามานาน เผยให้เห็นใบหน้าที่ไม่ซกมอมและยากจนข้นแค้นเหมือนขอทานชราอีกต่อไป
ผมหยิกสีเทาเงินนุ่มฟูทิ้งตัวลงมา ใบหน้างดงามประณีตและเย็นชานั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ รูปร่างสูงเกือบหนึ่งเมตรเก้าสิบยิ่งทำให้เธอดูผอมเพรียวและสง่างาม ดวงตาคู่หนึ่งมีประกายสีเงินจาง ๆ ราวกับหมู่ดาวที่หมุนวนอยู่ภายใน เมื่อสลัดท่าทางเกียจคร้านเห็นแก่เงินแบบเดิมทิ้งไป เธอก็ดูสง่างามและสุขุม ห่างไกลจากภาพยายเฒ่าหยาบคายที่วิ่งไล่ทุบตีด่าทอคนอื่นลิบลับ
เชี่ย! สาวสวยคนนี้เป็นใคร?!
ฉูหลิงเยว่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ไม่อยากเชื่อเลยว่าหญิงงามผู้มีสง่าราศีตรงหน้าจะเป็นคนที่ชอบหลอกใช้เธอและแต่งตัวมอมแมมอยู่ทุกวันคนนั้น!
ของปลอมแน่ ๆ …
เพราะถูกหลอกมาหลายครั้ง ความน่าเชื่อถือของอาจารย์ใจดำในสายตาเธอจึงเป็นศูนย์
การทดลองคือมาตรวัดความจริงเพียงหนึ่งเดียว ฉูหลิงเยว่ยื่นมือไปดึงแก้มอีกฝ่ายทันที คราบน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำบนถุงมือประทับลงบนใบหน้าอาจารย์อย่างเห็นได้ชัด แก้มของอาจารย์ถูกดึงจนเสียรูป ขณะที่มือคู่นั้นกำลังจะยิ่งล้ำเส้น ทั้งลวนลามหน้าอกทั้งควานเป้ากางเกง...
ฮึ!
อาจารย์แค่นเสียงเย็นชา ฉูหลิงเยว่ก็โดนเตะก้นเข้าให้เต็ม ๆ เธอถูกอาจารย์ถีบเข้าไปในแคปซูลหนีภัย พร้อมกับหุ่นรบ “สามพัน” และศิลาอวกาศชั้นพิเศษสิบก้อน จากนั้นอาจารย์ก็โยนแหวนมิติวงหนึ่งให้เธอ แล้วถีบประตูแคปซูลปิดดังปัง “ไปเที่ยวให้สนุกนะ เด็กน้อย อาจารย์ไม่เลี้ยงเธอแล้ว”
เดี๋ยว ๆ ๆ? ถีบส่งกันแบบนี้เลยเหรอ!
นี่มันอะไรกัน จู่ ๆ ก็บอกว่าจะไม่เลี้ยงแล้วเนี่ยนะ?
ช่วยอธิบายให้ชัด ๆ หน่อย ตั้งแต่เธอเดินได้จนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เธอเก็บขยะเลี้ยงอาจารย์มาตลอดหรอกเหรอ?
อะไหล่ชิ้นไหนในโรงซ่อมของอาจารย์บ้างที่ไม่ได้มาจากการที่เธอเสี่ยงชีวิตไปงัดกลับมาจากสนามรบของโจรอวกาศ!!!
อาจารย์ใจดำกดปุ่ม แคปซูลที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วถูกส่งไปยังปากทางออกของยาน ขากลจักรกลขนาดใหญ่ของเรือแม่ทัพค่อย ๆ ยื่นออกมาอย่างเย็นเยียบโดยไม่ลังเลสักนิด ก่อนจะเตะเข้าที่ท้ายแคปซูลอย่างแรงดัง “ปัง” ท่าทางคล่องแคล่วราวกับเตะลูกบอลทิ้ง
เตะสามทีส่งศิษย์รักไปให้พ้นทาง—ไปซะ!
ฟิ้ว!~
ความรู้สึกไร้น้ำหนักอันเย็นเยียบพลันโอบรัดฉูหลิงเยว่ที่อยู่ในแคปซูล แคปซูลหนีภัยทรงกระบอกสีเงินขาวแหวกผ่านทะเลดาวอันกว้างใหญ่เย็นยะเยือก ทิ้งร่องแสงบางยาวไว้เบื้องหลัง
ตัวแคปซูลหลบซ่อนอยู่ท่ามกลางฝุ่นดาวที่ลอยกระจายทั่วฟ้า อำพรางร่องรอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลางเคลื่อนตัวอย่างคล่องแคล่วไปตามเส้นทางระหว่างดวงดาวที่ตัดสลับกันไปมา
หลังการกระโดดข้ามอวกาศอันยาวนานสิ้นสุดลง แคปซูลหนีภัยก็พุ่งหัวปักลงไปกระแทกพื้นดินร่วนซุยของดาวเคราะห์ขนาดกลางอย่างแรง
